แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์หน้า (ช่วงวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2026) กำลังเผชิญกับ “จุดเปลี่ยนสำคัญเชิงเทคนิค” โดยราคาทองคำโลก (XAU/USD) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง ลงมาเคลื่อนไหวปะทะแนวรับจิตวิทยาสำคัญที่บริเวณ $4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ภาพรวมตลาดถูกกดดันอย่างหนักจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับ “ขึ้นดอกเบี้ย” ในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจากราคาพลังงาน ควบคู่ไปกับความคืบหน้าของดีลลับการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
1. ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่ต้องจับตา (Market Insights)
-
ความไม่แน่นอนของดีลหยุดยิง 60 วัน (US-Iran Peace Talks): ตลาดกำลังเกาะติดสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด แม้ว่าฝั่งสหรัฐฯ (นำโดย รมว.ต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ) จะส่งสัญญาณว่าการเจรจามีความคืบหน้า แต่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านปฏิเสธที่จะส่งมอบสารยูเรเนียมออกนอกประเทศ ความตึงเครียดที่ยังไม่นิ่งนี้ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงและกดดันให้เงินเฟ้อยังคงน่ากังวล
-
แรงกดดันจาก Fed และบอนด์ยีลด์พุ่ง: รายงานการประชุม FOMC (Minutes) และถ้อยแถลงของกรรมการเฟด (เช่น Christopher Waller) เริ่มส่งสัญญาณ “Hawkish” (สายเหยี่ยว) โดยตลาดเริ่มคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 55-70% ที่เฟดอาจจะต้องปรับ ขึ้นดอกเบี้ย ภายในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 4.59% ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
-
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์หน้า: นักลงทุนรอติดตามการประกาศตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ (เช่น Core PCE) ซึ่งจะชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยของเฟดอย่างชัดเจน
2. มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
ปัจจุบันทองคำประคองตัวอยู่บนพื้นที่แนวรับสำคัญสุดท้ายของกรอบราคารายเดือน หากหลุดบริเวณนี้อาจเกิดแรงเทขายทางเทคนิคอย่างรุนแรง (Panic Sell)
-
แนวรับสำคัญ: $4,493 – $4,533 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (หากสัปดาห์หน้าปิดหลุด $4,490 คาดว่าจะเปิด Downside ลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ $4,350 และ $4,319 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปี)
-
แนวต้านสำคัญ: $4,674 และ $4,770 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ทองคำจำเป็นต้องทะลุและยืนเหนือกรอบ $4,680 ขึ้นไปให้ได้ เพื่อล้างภาพขาลงในระยะสั้นและกลับไปทดสอบแนวต้านใหญ่ที่ $4,894)
3. บทสรุปแนวโน้มและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ทองคำทดสอบฐานสำคัญ: เน้นเก็งกำไรในกรอบ หรือรอ Follow ตามน้ำเมื่อเลือกข้าง”
ในมุมมองของ THAIFRX.COM สัปดาห์หน้าทองคำเลือกทางเดินเด่นชัดขึ้น (Make-or-Break Zone) หน้าเทรดฝั่ง Short ยังคงได้เปรียบในระยะสั้นตราบใดที่ราคายังดีดไม่พ้นแนวต้าน $4,650–$4,680 เนื่องจากเจอกระแสลมต้าน (Headwinds) จากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
สแกนราคาทองคำแท่งในประเทศ (96.5%): ปัจจุบันราคาทองไทย (อ้างอิงสมาคมค้าทองคำล่าสุด) อยู่ที่ประมาณ รับซื้อ 69,650 บาท / ขายออก 69,850 บาท แม้ทองโลก (Gold Spot) จะย่อตัวลงมาต่ำกว่า $4,550 แต่ราคาทองไทยยังคงถูกพยุงไว้ได้บางส่วนจากสภาวะค่าเงินบาทที่แกว่งตัว (จับตาอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB บริเวณ 32.68 บาท/ดอลลาร์)
กลยุทธ์การลงทุน:
-
นักเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade): แนะนำให้รอจังหวะเด้งรีบาวด์ไม่ผ่านแนวต้าน $4,580–$4,600 แล้วเปิดสถานะ Sell/Short โดยกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ชัดเจน
-
นักลงทุนระยะยาว (Buy & Hold): แนะนำให้ ชะลอการเข้าซื้อสะสม รอดูท่าทีบริเวณแนวรับ $4,490 ดอลลาร์ หากรับอยู่และเริ่มมีสัญญาณกลับตัว (Reversal Pattern) ค่อยเริ่มแบ่งไม้เข้าซื้อ แต่หากหลุดแนวรับนี้ให้ไปรอตั้งรับที่โซน $4,320–$4,350 บาทต่อออนซ์ จะได้ต้นทุนที่ปลอดภัยกว่าครับ




