“ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจ่อด่านจิตวิทยา 100.00 รับศึกตะวันออกกลางเดือดลามทุ่ง อิหร่านส่งโดรน-ขีปนาวุธถล่มฐานทัพอเมริกัน 3 ประเทศ สวนหมัดสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศ”
ประเด็นเสริม:
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวขึ้นแดนบวกและเคลื่อนไหวใกล้ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 100.00 ในช่วงเซสชันเอเชียวันพุธ โดยได้แรงหนุนอย่างรุนแรงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงขยายวงกว้างเป็นสงครามระดับภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดทั้งหมดกำลังกั้นใจรอการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
1. สงครามลามทุ่ง! อิหร่านเปิดฉากถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ใน 3 ประเทศ (บาห์เรน, คูเวต, จอร์แดน)
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเข้าสู่จุดวิกฤตขั้นสุดและเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการปะทะกันโดยตรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว:
-
สหรัฐฯ เปิดฉากก่อน: กองทัพสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีที่เรือรบเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Gunship) ของสหรัฐฯ ถูกยิงร่วงใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันก่อน
-
หมัดสวนกลับจากอิหร่าน: กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ตอบโต้อย่างรุนแรงและสายฟ้าแลบด้วยการ ส่งฝูงโดรนโจมตีจู่โจมกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (US Fifth Fleet) ในบาห์เรน รวมถึง ส่งโดรนถล่มฐานทัพ Ali Al Salem ในคูเวต และ ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน พร้อมประกาศว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไป
ความเสี่ยงด้านสงครามเต็มรูปแบบ (Wider War) นี้ได้สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาดทุน และขับเคลื่อนเม็ดเงินทั่วโลกให้ไหลเข้าซบดอลลาร์อย่างบ้าคลั่งในฐานะ “Safe-haven Currency”
2. เอฟเฟกต์พลังงานดันเงินเฟ้อพุ่ง: ตลาดปรับคาดการณ์ เฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยธันวาคมพุ่งเฉียด 50%
จากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซและภัยสงครามที่ลุกลาม ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานโลกดีดตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เงินเฟ้อในสหรัฐฯ กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง (Rekindle Inflation)
-
ตัวเลขจาก CME FedWatch Tool: จากเดิมเมื่อเดือนที่แล้ว ตลาดเคยประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมไว้เพียงแค่ 14% เท่านั้น แต่ล่าสุดในวันนี้ ตัวเลขความน่าจะเป็นดังกล่าวพุ่งพรวดขึ้นมาอยู่ที่ 47% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากเงินเฟ้อ US CPI คืนนี้ออกมา “ร้อนแรงเกินคาด” ตัวเลขนี้อาจพุ่งทะลุ 50% และจะยิ่งเป็นแรงส่งชั้นดีให้ดัชนี DXY พุ่งทะยานทะลุกำแพง 100.00 ไปไกล
บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
โครงสร้างแนวรับ-แนวต้านสำคัญ (Dollar Index – DXY Daily Chart)
[แนวต้านใหญ่ระดับโครงสร้างขาขึ้นถัดไป: 101.20]
▲
[แนวต้านสำคัญระดับโครงสร้างสั้น / ไฮเดิมรอบ 2 เดือน: 100.60]
▲
[ด่านกำแพงจิตวิทยาหลัก / ราคากำลังทดสอบ: 100.00]
▲
│ (ดอลลาร์ได้แรงหนุนอย่างรุนแรงจากเหตุอิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ)
▼
[ราคาปัจจุบันดัชนีดอลลาร์ DXY: ~99.95 - 100.00]
▲
│ (โซนพักฐานสะสมแรงซื้อก่อนประกาศตัวเลข US CPI คืนนี้)
▼
[แนวรับย่อยระดับจิตวิทยาระหว่างวัน: 99.50]
▲
[แนวรับสำคัญระดับโครงสร้างเปลี่ยนเทรนด์: 98.80]
| ระดับแนวรับสำคัญ (Supports) | ระดับแนวต้านสำคัญ (Resistances) |
| 99.50 (แนวรับย่อยระดับสั้นระหว่างวัน) | 100.00 (กำแพงจิตวิทยาหลัก ด่านทดสอบสำคัญ) |
| 98.80 (แนวรับสำคัญระดับโครงสร้างเปลี่ยนแนวโน้ม) | 100.60 (แนวต้านสำคัญ / จุดสูงสุดเดิมรอบ 2 เดือน) |
| 98.20 (ฐานราคาแนวรับหนาแน่นในอดีต) | 101.20 (เป้าหมายใหญ่ขาขึ้น หากเงินเฟ้อ CPI พุ่งสูง) |
คำแนะนำการลงทุนและยุทธวิธีประจำวัน:
-
ยุทธวิธีฝั่ง Buy (เล่นตามเทรนด์หลัก): หากราคาสามารถทะลุและปิดแท่งเทียนยืนเหนือระดับ 100.00 ได้อย่างมั่นคงหลังการประกาศข่าว CPI สามารถพิจารณา Buy ดอลลาร์ (หรือกด Sell คู่เงินที่จับคู่กับดอลลาร์ เช่น EUR/USD, GBP/USD) เพื่อไปเก็บกำไรที่แนวต้านถัดไปบริเวณ 100.50 – 100.60
-
ยุทธวิธีฝั่ง Sell (สวนเทรนด์-เสี่ยงสูงมาก): ควรพิจารณาฝั่ง Sell ดอลลาร์ก็ต่อเมื่อ ตัวเลข US CPI คืนนี้ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์อย่างรุนแรง และราคา DXY หลุดต่ำกว่าแนวรับ 99.50 เท่านั้น โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ 98.80
-
การบริหารความเสี่ยง: ตลาดในวันนี้จัดอยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงระดับสูงสุด (Extreme High Risk)” เนื่องจากมีทั้งปัจจัยสงครามที่มีการโจมตีฐานทัพกันจริง และข่าว Tier 1 อย่าง US CPI สมาชิก THAIFRX.COM ทุกท่านต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก: งดเทรดล็อตใหญ่, ใส่ Stop Loss ทุกออเดอร์ และหลีกเลี่ยงการถือสถานะชนข่าวหากระบบไม่นิ่งพอครับ




