“เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าใกล้ระดับ 1.3400 หลังความเสี่ยงทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเริ่มคลี่คลาย” คู่เงิน GBP/USD พุ่งขึ้นแตะระดับประมาณ 1.3395 ในช่วงตลาดเอเชียวันพฤหัสบดี ท่ามกลางรายงานการประชุมเฟด (Fed Minutes) ที่เสียงแตกเรื่องทิศทางดอกเบี้ย และสถานการณ์ตึงเครียดรอบใหม่เมื่อสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่อิหร่าน
📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว:
-
การเมืองอังกฤษหนุนค่าเงินปอนด์: หลังจาก Keir Starmer ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษลดลงอย่างมาก โดยการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งนายกฯ คนใหม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่ง Andy Burnham ตัวเต็งอันดับหนึ่งถูกคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งภายในวันที่ 20 กรกฎาคม ความชัดเจนนี้ช่วยผลักดันให้เงินปอนด์สะสมแรงบวก
-
รายงานประชุมเฟดเสียงแตก (Fed Minutes Split): รายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh แสดงให้เห็นว่ากรรมการเฟดมีความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากยังขาดข้อมูลเงินเฟ้อที่ชัดเจนในการตัดสินใจ
-
ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน: สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่เมืองท่าและฐานทัพของอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีอิหร่านโจมตีเรือสินค้าบริเวณชายฝั่งโอมาน ส่งผลให้อิหร่านยิงสวนกลับถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ซึ่งสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางนี้อาจเป็นแรงหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐ (Safe-Haven) แข็งค่าขึ้นและจำกัดช่วงขาขึ้นของ GBP/USD
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)
ปัจจัยขับเคลื่อนราคา (Market Drivers) สำหรับคู่เงิน GBP/USD ในขณะนี้เป็นการต่อสู้กันระหว่าง ปัจจัยบวกเฉพาะตัวของอังกฤษ และ ปัจจัยเสี่ยงระดับโลกที่หนุนดอลลาร์:
-
UK Domestics (Bullish GBP): ตลาดปลดล็อกความกังวลด้านการเมือง (Political Risk Premium) การเข้ามาของ Andy Burnham ทำให้เกิดภาพลักษณ์ของเสถียรภาพทางนโยบายเศรษฐกิจ ส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์อังกฤษระยะสั้น
-
Fed Policy (Neutral/Uncertain USD): ภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh นโยบายการเงินยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน (Hawkish VS Dovish Split) ฝ่ายหนึ่งมองว่าควรลดดอกเบี้ยลงเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายมองว่าควรปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ ความคลุมเครือนี้ทำให้ USD ไม่สามารถแข็งค่าได้อย่างเต็มที่ในเชิงนโยบายการเงิน
-
Geopolitics (Bullish USD): สงครามในอ่าวเปอร์เซียที่ขยายวงกว้างไปถึงคูเวตและกาตาร์ เป็นปัจจัยหลักที่คอย “กดหัว” ไม่ให้ GBP/USD วิ่งขึ้นได้ไกล เนื่องจากเมื่อใดที่สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรง นักลงทุนจะหันไปตุนเงินดอลลาร์ (Greenback) ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทันที
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิค (GBP/USD Technical Levels)
โครงสร้างราคาของ GBP/USD กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญในกรอบทางจิตวิทยา:
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
1.3400: แนวต้านหลักทางจิตวิทยาและจุดสูงสุดเดิมในรอบสัปดาห์ หากผ่านไปได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.3450
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
1.3350: แนวรับย่อยระยะสั้นที่ต้องรักษาไว้เพื่อรักษาโมเมนตัมขาขึ้น
-
1.3300: แนวรับแข็งแกร่งทางจิตวิทยา หากหลุดแนวนี้แปลว่าดอลลาร์สหรัฐกลับมาเป็นผู้ควบคุมตลาดจากปัจจัยสงคราม
-
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)
“คู่เงิน GBP/USD กำลังอยู่ในสภาวะ ‘ศึกภายในรุมเร้า ปัจจัยภายนอกคุกคาม’ แม้ว่าค่าเงินปอนด์จะได้รับแรงส่งที่ดีมากจากการเคลียร์ปัญหาการเมืองในประเทศและการมาของตัวเต็งนายกฯ คนใหม่ แต่ขาขึ้นรอบนี้อาจไปได้ไม่ไกลอย่างที่คิด ตราบใดที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีการแลกหมัดกันรายวัน เพราะข่าวสงครามจะกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์ (Safe-Haven) กลับเข้ามาตัดหน้าได้ตลอดเวลา แนะนำนักเทรดฝั่ง Long ให้เน้นการทำกำไรระยะสั้น (Scalping) แถวแนวต้าน 1.3400 และตั้ง Stop Loss ให้รัดกุมเพื่อป้องกันการเหวี่ยงของราคาหากมีข่าวด่วนเรื่องสงครามเข้ามาแทรกซ้อน”



