“สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีโต้ตอบกันเป็นวันที่สอง หลังทรัมป์ประกาศกร้าว ข้อตกลงหยุดยิง ‘จบลงแล้ว'” กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่การแลกหมัดกันอย่างต่อเนื่องเสี่ยงทำลายข้อตกลงสันติภาพอย่างสิ้นเชิง
📌 อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดจากพื้นที่ (On-the-ground Updates):
-
ชนวนเหตุความโกรธของทรัมป์: เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจสั่งระดมโจมตีระลอกใหม่เนื่องจากความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังไม่เปิดให้สัญจร และอิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีเรือสินค้าในน่านน้ำยุทธศาสตร์นี้อย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่ตัวเขาเข้าร่วมการประชุมสุดยอด NATO ในตุรกี
-
เป้าหมายการโจมตี: มีรายงานเหตุระเบิดและการโจมตีอย่างรุนแรงในเมืองท่าและจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายแห่งของอิหร่าน รวมถึง บูเชฮ์ (Bushehr), บันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) และซีริก (Sirik) ซึ่งรวมถึงฐานทัพอากาศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
-
การตอบโต้จากอิหร่าน: ฝั่ง IRGC ของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนสวนกลับ โดยมีเป้าหมายที่ฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน
-
สงครามวาทศิลป์: ทรัมป์เตือนว่าการโจมตีจากสหรัฐฯ จะ “รุนแรงขึ้นกว่านี้อีกมาก” หากเตหะรานไม่หยุดทำลายเรือสินค้า ขณะที่หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านตอกกลับว่า อิหร่านจะแก้แค้นอย่างสาสม และประกาศชัดเจนว่า “ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานภายใต้ ‘ข้อตกลงของอิหร่าน’ เท่านั้น ไม่ใช่ภายใต้คำขู่ของอเมริกา”
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)
การเปิดฉากโจมตีเป็นวันที่สองติดต่อกันและการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการของอิหร่าน กำลังส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกในระดับวิกฤต (Systemic Risk):
-
วิกฤตพลังงานโลก (Energy Security Alert): ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นคอขวดลำเลียงน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดในโลก (สัดส่วนร้อยละ 20 ของอุปทานโลก) การที่อิหร่านประกาศว่าจะคุมช่องแคบด้วยข้อตกลงของตนเอง และการที่เรือขนส่งน้ำมันของกาตาร์และซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าระวางเรือ (Freight Rates) พุ่งสูงขึ้น และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีโอกาสทะยานขึ้นในสภาวะ “Shock Supply”
-
ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ (Inflationary Pressure): หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนเรือสินค้าไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าต้นทุนพลังงานและปุ๋ยเคมีทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นทันที ซึ่งจะไปกระตุ้นตัวเลข CPI (เงินเฟ้อ) ให้กลับมาเป็นขาขึ้น บังคับให้ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
-
กลยุทธ์การลงทุน (Trading Asset Allocation): ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ Risk-Off (หลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง) คาดว่าจะมีแรงซื้อหนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างหนาแน่น
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)
“สถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับจาก ‘สงครามน้ำลาย’ กลายเป็นการ ‘แลกหมัดเชิงยุทธศาสตร์’ ของจริงเป็นวันที่สอง และดูเหมือนว่าความพยายามในการประนีประนอมในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว คำแถลงของอิหร่านที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดด้วย ‘เงื่อนไขของอิหร่านเท่านั้น’ เป็นการท้าทายมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ โดยตรง สำหรับนักเทรด Forex และ Commodities ในช่วงนี้ ตลาดจะมีความผันผวนสูงมากจากข่าวด่วน (Headline Risk) แนะนำให้ลดขนาดสัญญาในการเทรด (Position Sizing) ลงครึ่งหนึ่งเพื่อจำกัดความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการ Short น้ำมันและทองคำ เนื่องจากโมเมนตัมขาขึ้นจากปัจจัยสงครามยังมีแรงส่งอีกมาก”



