“เงินยูโรยังคงรักษาทิศทางเชิงบวกเหนือระดับ 1.1400 แต่อภิมหาความตึงเครียดในตะวันออกกลางคอยสกัดช่วงขาขึ้น”
คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายในแดนบวกเป็นวันที่สองติดต่อกัน แต่ยังคงขาดแรงส่งที่แข็งแกร่ง (Bullish Conviction) ท่ามกลางดอลลาร์สหรัฐที่ยังทรงตัวเนื่องจากรายงานประชุมเฟดไร้สัญญาณเซอร์ไพรส์ ขณะที่ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยคอยกดหัวราคาเอาไว้
📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว:
-
EUR/USD ประคองตัวในกรอบ: ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1.1420 (บวกขึ้นมาเล็กน้อยไม่ถึง 0.10%) โดยตลาดยังคงแกว่งตัวรอทิศทางและขึ้นอยู่กับดัชนีดอลลาร์ (DXY) เป็นหลัก
-
เฟดไม่ชัดเจนแต่ตลาดให้น้ำหนักขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน: ดัชนีดอลลาร์อ่อนกำลังลงเล็กน้อยต่ำกว่าจุดสูงสุดของสัปดาห์ หลังจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) สัปดาห์ก่อนออกมาอ่อนแอ ประกอบกับรายงานประชุมเฟด (FOMC Minutes) ล่าสุดระบุว่ากรรมการเฟดยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ตามเครื่องมือ CME FedWatch Tool นักเทรดยังคงเทน้ำหนักถึง 70% ว่าเฟดภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพื่อคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 2%
-
สงครามเดือด สหรัฐฯ-อิหร่าน แลกหมัดระลอกสอง: สหรัฐฯ ได้เปิดฉากระเบิดปูพรมโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านเพื่อแก้แค้นที่เรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซถูกคุกคาม ฝั่งอิหร่านสวนกลับทันทีโดยเล็งเป้าหมายถล่มฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ กว่า 85 แห่งทั่วบาห์เรนและคูเวต ซ้ำร้ายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังประกาศว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติความขัดแย้งเดิมนั้น “จบสิ้นลงแล้ว” ปัจจัยนี้กลายเป็นแรงหนุนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ให้ดอลลาร์ (Safe-haven) แข็งค่าทันที
-
ฝั่งยุโรปโดนแรงกดดันขัดขา: เงินยูโรเผชิญแรงกดดันด้านลบหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนปรับตัวลดลงเกินคาด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนจึงเลือกที่จะจับตารายงานบันทึกการประชุมนโยบายการเงินของ ECB (Monetary Policy Meeting Accounts) และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ในคืนนี้เพื่อหาทิศทางใหม่
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)
ปัจจัยขับเคลื่อนราคา (Market Drivers) สำหรับคู่เงิน EUR/USD ในปัจจุบันเกิดจาก 3 แรงบีบคั้นหลัก:
-
Monetary Policy Divergence (นโยบายการเงินที่สวนทาง): แม้รายงานประชุมเฟดจะดูเสียงแตก แต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้เฟดยังคงทัศนะสายเหยี่ยว (Hawkish) ในขณะที่ฝั่งยุโรป (ECB) เริ่มเจอกับเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ทำให้ความได้เปรียบด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเอียงไปทางฝั่งดอลลาร์สหรัฐ (USD)
-
Geopolitical Safe-Haven (ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์หนุน USD): การพังทลายของ MOU ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการโจมตีฐานทัพเรือ/อากาศในบาห์เรนและคูเวตกว่า 85 จุด ยกระดับสถานการณ์เข้าสู่ระดับวิกฤต ซึ่งกรณีนี้ ดอลลาร์สหรัฐมักเป็นผู้ชนะ เสมอในฐานะแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์
-
Oil & Inflation Connection (ความเชื่อมโยงของน้ำมันและเงินเฟ้อ): สงครามในช่องแคบฮอร์มุซกดดันซัพพลายน้ำมันโลก หากราคาน้ำมันดิบยืนระยะในระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของฝั่งยุโรปมากกว่าสหรัฐฯ (เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง) ยิ่งซ้ำเติมให้ค่าเงินยูโรเสียเปรียบในระยะกลาง
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิค (EUR/USD Technical Levels)
โครงสร้างราคาในกราฟเทคนิคยังคงติดอยู่ในกรอบการพักฐาน (Consolidation Zone):
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
1.1450: แนวต้านระยะสั้นของกรอบสัปดาห์ หากผ่านไปได้จะมีจุดทดสอบถัดไปที่ระดับจิตวิทยา 1.1500
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
1.1400: แนวรับหลักทางจิตวิทยา หากหลุดแนวนี้ โมเมนตัมขาลง (Bearish) จะกลับมาคุมตลาดทันที
-
1.1350: แนวรับแข็งแกร่งถัดไปที่คาดว่าจะมีแรงซื้อคืนในกรณีที่ตลาดเกิดภาวะ Panic จากสงคราม
-
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)
“แม้ว่าในทางเทคนิค EUR/USD จะพยายามประคองตัวยืนเหนือ 1.1400 และแสดงทัศนะเชิงบวก (Positive Bias) ตามแรงเหวี่ยงรายวัน แต่ในความเป็นจริง ‘เพดานด้านบน’ (Upside) ถูกจำกัดไว้อย่างหนาแน่นด้วยข่าวสงครามในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเป็นวันที่สอง การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ถึง 85 แห่งและคำประกาศสิ้นสุดสัญญาหยุดยิงของทรัมป์ เป็นเชื้อไฟชั้นดีที่พร้อมจะปลุกดอลลาร์ให้แข็งค่าสวนทางได้ตลอดเวลา แนะนำนักเทรดชะลอการไล่ราคาฝั่ง Long เหนือ 1.1420 และรอประเมินผลการประชุม ECB (Meeting Accounts) รวมถึงตัวเลขเคลมคนว่างงานสหรัฐฯ คืนนี้ ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด”



