spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXราคาทองคำดิ่งกลับเข้าใกล้ระดับ $4,050 หลังความเสี่ยงอิหร่านและการคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์แข็งค่า

ราคาทองคำดิ่งกลับเข้าใกล้ระดับ $4,050 หลังความเสี่ยงอิหร่านและการคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์แข็งค่า

“ราคาทองคำดิ่งกลับเข้าใกล้ระดับ $4,050 หลังความเสี่ยงอิหร่านและการคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์แข็งค่า” ราคาทองคำเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการเปิด Gap ขาลงและปรับตัวลดลงเข้าใกล้ระดับ $4,050 ในช่วงเซสชันเอเชียวันจันทร์ โดยการยกระดับความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ประกอบกับการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้นและปลุกกระแสความกลัวเงินเฟ้อฟื้นตัว สิ่งนี้กระตุ้นให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงดอกเบี้ยสูงและเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ ซึ่งส่งผลดีต่อเงินดอลลาร์และกดดันสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำ

📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว:

  • เปิดตลาดสัปดาห์ใหม่ด้วย Bearish Gap: ราคาทองคำเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ด้วยการทิ้งตัวลงทันทีขยับเข้าหาแนวรับ $4,050 รับแรงกระแทกจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

  • วิกฤตพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซดันเงินเฟ้อ: กองทัพสหรัฐฯ ปูพรมถล่มอิหร่านอย่างหนักตลอดสุดสัปดาห์ ขณะที่กองกำลัง IRGC ของอิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมทั้งยิงใส่เรือพาณิชย์และประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อย่างเป็นทางการ เหตุการณ์นี้ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งกระฉูด เร่งความกังวลว่าเงินเฟ้อฝั่งพลังงาน (Energy-driven Inflation) จะกลับมา

  • ตลาดเก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ยพุ่งเฉียด 90%: ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนได้เพิ่มคาดการณ์ถึง 90% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปี 2026 นี้ ปัจจัยนี้หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Yield) ให้ทรงตัวในระดับสูงและช่วยให้ดอลลาร์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

  • นักลงทุนชะลอการไล่ราคาเพื่อรอด้านเทคนิคและตัวเลขสำคัญ: แม้ดอลลาร์จะแข็งค่า แต่ฝั่งบูลส์ (Bulls) ยังคงระมัดระวังเพื่อรอถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) รวมถึงการรายงานดัชนีเงินเฟ้อ CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ในวันอังคารและพุธนี้

 

🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)

สภาวะตลาดทองคำในเช้าวันจันทร์นี้ เกิดปรากฏการณ์เชิงซ้อนทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่น่าสนใจมาก:

  1. The Safe-Haven Hijack (ดอลลาร์แย่งซีนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย): แม้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเข้าขั้นวิกฤต (Gray Zone Warfare) ซึ่งปกติควรเป็นบวกต่อทองคำ แต่เนื่องจากชนวนเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ ช่องแคบฮอร์มุซ จนส่งผลให้น้ำมันดิบ Brent และ WTI ดีดตัวขึ้นทันทีมากกว่า 3% ตลาดจึงตีความว่าจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงอีกครั้ง กลไกนี้ผลักดันให้เม็ดเงินเลือกไหลเข้าหา “เงินดอลลาร์สหรัฐ” และ “บอนด์ยีลด์” เพื่อรับมือกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟด แทนที่จะไหลเข้าหาทองคำ

  2. Bearish Bias Within Downward Channel (โครงสร้างทางเทคนิคฝั่งหมีคุมตลาด): ในกราฟรายวัน โครงสร้างของ XAU/USD ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแนวโน้มขาลง (Downward-sloping Parallel Channel) อย่างชัดเจน ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day SMA) ที่ $4,494.65 โมเมนตัมภาพใหญ่ยังคงเป็นขาลง การดีดตัวสั้นๆ ระหว่างวันจะกลายเป็นโอกาสในการสะสมสถานะ Sell ของผู้เล่นรายใหญ่ (Sell on Rallies)

  3. Inflation Week (สัปดาห์แห่งเงินเฟ้อตัดสินชะตา): ตัวเลข CPI (วันอังคาร) และ PPI (วันพุธ) ประกอบกับถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช จะเป็นตัวแปรตัดสิน (Catalyst) หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมา “สูงกว่าคาด” จะเป็นการตอกย้ำโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และอาจกดดันให้ทองคำหลุดระดับ $4,000 ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดของปี

 

📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิค (Gold Technical Levels)

วิเคราะห์โครงสร้างราคา XAU/USD จากกราฟเทคนิค:

  • แนวรับสำคัญ (Support):

    • $4,050: แนวรับระยะสั้นที่ราคากำลังทดสอบและพยายามพยุงตัวในเซสชันเอเชีย

    • $4,000: แนวรับจิตวิทยาสำคัญหลัก (Psychological Mark)

    • $3,942: จุดต่ำสุดของปีนี้ (Year-to-Date Low) หากหลุดแนวนี้ ด่านต่อไปคือขอบล่างของกรอบขาลงที่ระดับ $3,782.83

  • แนวต้านสำคัญ (Resistance):

    • $4,291.51: แนวต้านขอบบนของกรอบราคาขาลง (Channel Top) จุดเปลี่ยนโมเมนตัมระยะสั้น

    • $4,494.65: แนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย 200-day SMA (ด่านหินสำคัญในการเปลี่ยนแนวโน้มกลับเป็นขาขึ้นระยะยาว)

 

📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)

“สถานการณ์เปิดตลาดวันจันทร์นี้ ยืนยันชัดเจนว่า แรงกดดันจากวิกฤตพลังงานและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด (Hawkish Fed Bets) มีน้ำหนักเหนือกว่าความต้องการซื้อทองคำเพื่อหนีภัยสงครามในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาเลือกเปิด Gap ขาลงทิ้งตัวลงมา

ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า ปัจจัยพื้นฐาน ณ เวลานี้ยังคงเอื้อประโยชน์ให้กับฝั่ง Bearish (ขาลง) อย่างเต็มที่ กลยุทธ์ที่แนะนำคือ ‘เน้นฝั่ง Sell เมื่อราคารีบาวด์’ (Fade the Rallies) โดยดักเปิดสถานะ Sell เมื่อราคาฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระหว่างวันบริเวณ $4,100 – $4,120 โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ระดับ $4,020 และเป้าหมายถัดไปที่ $3,950 สำหรับนักเทรดฝั่ง Buy แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อจนกว่าราคาทองคำจะสามารถสร้างฐานที่มั่นคงเหนือระดับ $4,000 หรือจนกว่าจะผ่านพ้นการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ ในวันอังคารนี้เพื่อความปลอดภัยครับ”

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX