spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXประวัติศาสตร์ของ Silver Standard

ประวัติศาสตร์ของ Silver Standard

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

ประวัติศาสตร์ของ Silver Standard

Silver Standard คือระบบการเงินที่กำหนดมูลค่าของสกุลเงินผูกติดกับน้ำหนักเงิน (silver) คงที่ แตกต่างจาก Gold Standard ที่ผูกกับทองคำ เงินถูกใช้เป็นมาตรฐานการเงินนานกว่าทองคำมาก เพราะหาได้ง่ายกว่าและเหมาะสำหรับธุรกรรมประจำวัน

การเกิดขึ้นและความแพร่หลาย

  • ยุคโบราณ: เริ่มตั้งแต่ชาวสุเมเรียนราว 3000 ปีก่อนคริสตกาล เงินถูกใช้เป็นหน่วยบัญชีและสื่อกลางแลกเปลี่ยนทั่วโลก
  • ยุคกลางและสมัยใหม่ตอนต้น: จีนใช้เงินแท่ง (sycee) มานาน อาณาจักรโรมันและยุโรปส่วนใหญ่ใช้เงินเป็นหลัก
  • ศตวรรษที่ 16-18: การค้นพบเหมืองเงินขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ (เช่น Potosí ในโบลิเวีย) โดยสเปน ทำให้เกิด “international silver standard” ชั่วคราว เหรียญสเปน “pieces of eight” (8 reales) กลายเป็นสกุลเงินการค้าระหว่างประเทศเกือบ 400 ปี
  • ศตวรรษที่ 19: ประเทศส่วนใหญ่ (รวมสหรัฐฯ จีน อินเดีย) ใช้ Silver Standard หรือ bimetallism (ผูกทั้งเงินและทองคำ ในอัตราส่วนคงที่ เช่น 15:1 หรือ 16:1)

 

การเสื่อมถอยและการล่มสลาย

  • จุดเปลี่ยนปี 1873: เยอรมนีเปลี่ยนไปใช้ Gold Standard หลังรวมชาติ ทำให้ราคาเงินตกทั่วโลก (จากอุปทานเงินจากอเมริกาเพิ่ม) ประเทศยุโรปส่วนใหญ่ตามไปใช้ Gold Standard ภายในปี 1900
  • สหรัฐฯ: ใช้ bimetallism ตั้งแต่ปี 1792 แต่ Coinage Act of 1873 (เรียก “Crime of 1873” โดยฝ่ายเงิน) ยุติการ mint เหรียญเงินหลัก ทำให้เกิด “Free Silver Movement” (เรียกร้องเงินไม่จำกัด) นำโดย William Jennings Bryan แต่แพ้และ Gold Standard Act 1900 ยืนยัน gold standard
  • ประเทศสุดท้าย: จีนและฮ่องกงยุติในปี 1935
  • ปัจจุบัน: ไม่มีประเทศใดใช้ Silver Standard (หรือ Gold Standard) ทุกสกุลเงินเป็น fiat (backed โดยรัฐบาล)

 

ทำไม Silver Standard ล่มสลาย?

  • Gresham’s Law: เมื่ออัตราส่วนเงิน:ทองคำในกฎหมายไม่ตรงกับตลาด โลหะที่ “ถูกกว่า” จะขับโลหะแพงออกจากการหมุนเวียน
  • การค้นพบทองคำใหม่ (แคลิฟอร์เนีย ออสเตรเลีย) และเงินจากอเมริกา ทำให้เงินราคาตก
  • การค้าโลก: Gold Standard อำนวยความสะดวกการค้าตะวันตกมากกว่า

Silver Standard เป็นระบบการเงินหลักของโลกนานกว่าทองคำ แต่แพ้ให้กับ Gold Standard ในศตวรรษที่ 19 เพราะปัจจัยเศรษฐกิจและการเมือง ปัจจุบันเงินยังคงเป็นสินทรัพย์ลงทุนและ safe haven รองจากทองคำ!

แนวโน้มราคาเงิน (Silver) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025

ณ ขณะนี้ (12:10 PM +07, วันที่ 31 ธันวาคม 2025) ราคาเงินในตลาดโลกมีการเคลื่อนไหวอย่างผันผวน แต่แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งตลอดปี 2025 โดยมีปัจจัยหลักสนับสนุนดังนี้:

  • สถานการณ์ล่าสุด: ราคาเงิน spot ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 76.26 USD/ออนซ์ (ข้อมูลจากวันที่ 30 ธันวาคม 2025) เพิ่มขึ้น 5.70% จากวันก่อนหน้า และพุ่งสูงถึง 81 USD/ออนซ์ ในช่วงสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม มีการปรับฐานลงอย่างรวดเร็ว เช่น ลดลงกว่า 8-9% ในบางวันจาก profit-taking ของนักลงทุน
  • ผลตอบแทนปี 2025: เงินให้ผลตอบแทนสูงถึง 158-166% ตั้งแต่ต้นปี (ขึ้นจากประมาณ 30 USD/ออนซ์) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลตอบแทนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 ด้วยปัจจัย เช่น ความต้องการอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ข้อจำกัดด้านอุปทาน และการตัดลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ ถึง 3 ครั้ง
  • ปัจจัยผลักดัน:
    • ความต้องการอุตสาหกรรม: การใช้เงินในแผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนดีมานด์ โดยโซลาร์เซลล์กินส่วนแบ่งกว่า 25% ของอุปทานโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    • อุปทานขาดดุล: ตลาดเผชิญภาวะขาดดุลครั้งที่ 5 ติดต่อกันในปี 2025 (ประมาณ 63.4-120 ล้านออนซ์) เนื่องจากการผลิตเหมืองลดลงและสต็อกใน COMEX, LBMA และเซี่ยงไฮ้ลดฮวบ
    • ปัจจัยมหภาค: การตัดลดดอกเบี้ย Fed, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น รัสเซีย-ยูเครน, สหรัฐฯ-อิหร่าน), และนโยบายภาษีของจีน (เริ่มต้นปี 2026) ที่จำกัดการส่งออกเงิน
    • ความสนใจนักลงทุน: การไหลเข้าของ ETF และการซื้อของธนาคารกลาง (เช่น รัสเซีย อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย) ส่งผลให้เงินเป็นสินทรัพย์หลบภัยยอดนิยม

 

แนวโน้มระยะสั้น (มกราคม-มีนาคม 2026)

  • ราคาอาจเผชิญการพักตัว (consolidation) หลังจากขึ้นแรง 170% ในปี 2025 โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 70-80 USD/ออนซ์ ขึ้นอยู่กับ profit-taking และการตัดสินใจนโยบายการเงินของ Fed
  • ความเสี่ยง: หากดอกเบี้ยสูงขึ้นหรือดีมานด์อุตสาหกรรมชะลอ ราคาอาจย่อลงสู่ 65-70 USD/ออนซ์

 

แนวโน้มระยะยาว (2026-2030)

  • คาดการณ์บวก: นักวิเคราะห์บางส่วน (เช่น First Majestic, GoldSilver.com) มองว่าราคาอาจแตะ 100 USD/ออนซ์ ในปี 2026 และอาจสูงถึง 200 USD/ออนซ์ หากทองคำพุ่งไปที่ 10,000 USD/ออนซ์ เนื่องจากดีมานด์โครงสร้างที่แข็งแกร่ง
  • คาดการณ์ระมัดระวัง: ธนาคารใหญ่ (เช่น Goldman Sachs, UBS) คาดเฉลี่ยที่ 85-100 USD/ออนซ์ ในกรณีดีมานด์โซลาร์และ EV ยังเติบโตดี แต่เตือนถึงความผันผวน
  • ปัจจัยสนับสนุน: ขาดดุลอุปทานที่อาจยืดเยื้อถึง 30.5 ล้านออนซ์ในปี 2026, การใช้เงินในเทคโนโลยีสีเขียว, และการอ่อนค่าของดอลลาร์
  • ความเสี่ยง: การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกหรือการขึ้นดอกเบี้ยอาจกดราคาลงชั่วคราว

 

สรุป

ราคาเงินในปี 2026 มีแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แม้จะมีโอกาสพักตัวระยะสั้น นักลงทุนควรพิจารณาการซื้อสะสมแบบเฉลี่ยต้นทุน (dollar-cost averaging) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน โดยติดตามนโยบาย Fed, ดีมานด์อุตสาหกรรม, และสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด

🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX