“ธนาคารกลางยุโรปเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามปี“
-
มติที่ตลาดคาดการณ์: คาดว่าในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% (25 bps) ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Facility Rate) ขยับขึ้นจาก 2% เป็น 2.25% ซึ่งเป็นเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023
-
สาเหตุหลัก: คณะกรรมการกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตพลังงาน (Energy Shock) จากสถานการณ์สงครามในอิหร่านและการปิดเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เงินเฟ้อยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมดีดตัวขึ้นสู่ 3.2% (Core CPI อยู่ที่ 2.5%)
-
จุดโฟกัสของนักลงทุน: ตลาดรับรู้ข่าวการขึ้นดอกเบี้ยไปเรียบร้อยแล้ว (Priced In) แต่จุดตัดสินกราฟจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของ คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB (เวลา 12:45 GMT หรือ 19:45 น. ตามเวลาไทย) ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของ “วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่” หรือเป็นเพียงแค่ “การปรับขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงชั่วคราว” (Insurance Hike) ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเผยตัวเลขประมาณการณ์เศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ขึ้นใกล้ระดับ 3% และหั่นคาดการณ์ GDP ยูโรโซนลง
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ความท้าทายอย่างมากของเงินยูโร (EUR) ในการประชุมครั้งนี้คือ สภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนค่อนข้างเปราะบาง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ล่าสุดยังคงอยู่ในแดนหดตัว (Contraction territory) หมายความว่า ECB กำลังตกที่นั่งลำบากในการขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
หากการแถลงข่าวของ คริสติน ลาการ์ด ออกมาในโทน Hawkish (สายเหยี่ยว) ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อในเดือนกรกฎาคมหรือกันยายน เงินยูโรจะมีแรงหนุนขับเคลื่อนให้ฟื้นตัวขึ้นสลับไปหาโซนแนวต้านได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หากเธอเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth risks) และส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เงินยูโรอาจเผชิญแรงเทขาย “Sell on Fact” อย่างหนัก แม้ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยตามนัดก็ตาม
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิค (Daily Chart)
จากโครงสร้างกราฟรายวัน (Daily) ของ EUR/USD ภาพใหญ่ตั้งแต่ช่วงมิถุนายนปีก่อนยังคงติดอยู่ในกรอบพักตัวด้านข้าง (Horizontal Range) ทว่าในระยะสั้นมีแรงกดดันฝั่งขาลงค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากราคาเคลื่อนไหวอยู่ใต้กลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยสะสม (50, 100, 200 SMAs) และมีเส้น Trendline ขาลงคอยกดหัวอยู่
-
แนวต้าน (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
1.1670 - 1.1678(โซนแข็งแกร่งซึ่งเป็นจุดรวมพลของเส้นค่าเฉลี่ย 50-day และ 200-day SMA เป็นด่านแรกที่จะผ่านได้ยาก) -
แนวต้านที่ 2:
1.1692 - 1.1704(เส้น 100-day SMA และเส้น Trendline ขาลงชุดหลัก หากราคาทะลุผ่านกรอบนี้ขึ้นไปได้ ภาพรวมฝั่งขาลงในระยะสั้นถึงจะคลี่คลาย)
-
-
แนวรับ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
1.1500(แนวรับเชิงจิตวิทยาและจุดต่ำสุดของสัปดาห์นี้ เป็นปราการด่านแรกของฝั่งขาขึ้น) -
แนวรับที่ 2:
1.1400(แนวรับสำคัญในอดีตช่วงเดือนมีนาคมและสิงหาคม หากหลุด 1.1500 ราคาจะดิ่งลงมาทดสอบจุดนี้อย่างรวดเร็ว และจะเปิดสภาวะขาลงเต็มรูปแบบสู่ระดับต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่ปี 2025)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“ระวังนโยบายขัดแย้ง แนะนำรอกราฟเฉลยหลังจบแถลงแถลงข่าว”: ปัจจุบัน EUR/USD เทรดด้วยน้ำหนักฝั่งขาลง (Bearish Bias) ชัดเจน ตราบใดที่ยังอยู่ใต้ระดับ
1.1670การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่การันตีว่ายูโรจะแข็งค่าถาวร เนื่องจากมีปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจยูโรโซนและสงครามตะวันออกกลางค้ำคออยู่ แนะนำให้ “งดสถานะก่อนตัวเลขอัตราดอกเบี้ยออก (19:15 น.)” และรอประเมินท่าทีแถลงการณ์ของลาการ์ด หากราคาดีดตัวขึ้นชนแนวต้านใหญ่แถว1.1670 - 1.1680แล้วไม่ผ่าน เกิดสัญญาณแท่งเทียนกลับตัว ให้เน้นฝั่ง Sell (Short) โดยมีเป้าหมายทำกำไรหลักที่1.1500และปล่อยไหลไปหา1.1400ครับ




