สภาวะ “จิตวิทยาตลาดที่เปราะบาง” (Fragile Sentiment) ยังคงปกคลุมตลาดแร่เงิน (XAG/USD) อย่างต่อเนื่อง แม้ราคาจะพยายามฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดประวัติศาสตร์ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาครับ
สรุปเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนยังคง “ขวัญผวา” และมองว่าตลาดเงินยังมีความเปราะบางสูง มีดังนี้:
1. บาดแผลจาก “Historic Crush” (30 ม.ค. 2026)
-
การร่วงลงรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์: เมื่อวันที่ 30 มกราคม ราคาเงินดิ่งลงกว่า 35% ภายในวันเดียว (จาก $121 ลงมาเหลือ $65) และร่วงลงรวมกว่า 41% ภายใน 3 วัน
-
ความเชื่อมั่นถูกทำลาย: ความผันผวนที่พุ่งทะลุ 100% (สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980) ทำให้นักลงทุนรายย่อยและกองทุนที่เน้นการเก็งกำไรได้รับความเสียหายหนัก ส่งผลให้แรงซื้อคืนในตอนนี้เป็นไปอย่างระมัดระวังและพร้อมจะเทขายซ้ำได้ทุกเมื่อ
2. ปัจจัย “Kevin Warsh” และ Margin Hike
-
นโยบายการเงินตึงตัว: การเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ถูกตลาดตีความว่าเป็นสัญญาณการปราบเงินเฟ้อแบบรุนแรง (Hawkish) ซึ่งหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าและเป็นลบต่อราคาเงินโดยตรง
-
ต้นทุนการถือครองสูงขึ้น: การที่ CME Group ปรับเพิ่มอัตราหลักประกัน (Margin Call) ในช่วงที่ผ่านมา บังคับให้เทรดเดอร์ที่มีสถานะซื้อ (Long) ต้องขายปิดความเสี่ยง ทำให้สภาพคล่องในตลาดเบาบางลงและราคาเหวี่ยงได้แรงกว่าปกติ
3. ความแตกต่างระหว่าง “ราคาจอ” กับ “ราคาจริง”
-
The Chinese Connection: พบความเหลื่อมล้ำของราคาระหว่างตลาดฟิวเจอร์สในสหรัฐฯ กับตลาดกายภาพ (Physical) ในจีนและอินเดีย ซึ่งยังคงมีความต้องการสูงแต่มีอุปทานตึงตัว ความไม่สอดคล้องกันนี้สร้างความสับสนและทำให้ Sentiment ตลาดโลกเปราะบาง
-
Industrial Anchor: แม้อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์และ EV จะต้องการแร่เงินเพิ่มขึ้น แต่ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในสหรัฐฯ ทำให้ฝั่งอุปสงค์อุตสาหกรรมเริ่มถูกตั้งคำถาม
4. วิเคราะห์แนวโน้มและจุดวัดใจ (6 ก.พ. 2026)
| ระดับราคา | สถานะและความสำคัญ |
| $87.45 – $90.00 | แนวต้านสำคัญ: หากไม่สามารถทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้ ตลาดยังมองว่าเป็นเพียงการรีบาวด์เพื่อลงต่อ |
| $74.00 | ระดับปัจจุบัน: ราคากำลังทรงตัวแบบเปราะบาง (Consolidating) |
| $64.00 – $69.00 | แนวรับวิกฤต: หากหลุดระดับนี้ อาจเกิดการเทขายแบบ “Panic Sell” รอบใหม่ไปสู่เป้าหมาย $50 |
สรุปจากมุมมอง Peer-to-Peer: คำว่า “Fragile Sentiment” ในตอนนี้หมายถึง ตลาดไม่มีความอดทนต่อข่าวลบเลยครับ แค่มีสัญญาณว่าการเจรจาที่โอมานล้มเหลว หรือดอลลาร์ดีดกลับเพียงเล็กน้อย ราคาเงินก็อาจร่วงลง $3-5 ได้ในทันที นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ “รอดูสถานการณ์” (Wait and See) จนกว่า Volatility จะลดลงต่ำกว่า 50% ครับ




