“สัญญาณ EUR/USD: กราฟติดอยู่ในกรอบแนวโน้มขาลง (Descending Channel) ก่อนการตัดสินใจของ FOMC“
-
EUR/USD รีบาวด์รับข่าวดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน: คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน ขยับมาทดสอบแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1.1600 หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวการทำข้อตกลง (MoU) ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอิหร่าน เพื่อเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและคืนเงินทุนที่ถูกอายัดบางส่วน
-
บรรยากาศการลงทุนเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On): ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่าอัตราเงินเฟ้อ (หลังจากที่ CPI พุ่งแตะ 4.2% และ PPI แตะ 6.5% ในสัปดาห์ก่อน) อาจเริ่มกลับเป็นขาลง ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง S&P 500, Dow Jones, Nasdaq 100 รวมถึงตลาดคริปโตต่างดีดตัวขึ้นรับข่าวอย่างคึกคัก
-
สปอตไลท์ย้ายไปที่ยอดค้าปลีกและเฟด: ตลาดกำลังเปลี่ยนจุดสนใจไปที่รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม (คาดการณ์โต 4.0% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ 4.9%) และบิ๊กอีเวนต์คืนวันพุธนี้อย่าง การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% – 3.70% โดยการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นการนำทีมครั้งแรกของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ทีมงาน THAIFRX วิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจและพฤติกรรมราคาเพิ่มเติมดังนี้:
-
ความหวังเงินเฟ้อลด (Disinflation Hope) หนุน Risk-On: การที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงจากข่าวการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อฝั่งซัพพลาย (Supply-side inflation) ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายความกังวลว่าเฟดภายใต้การนำของ Kevin Warsh จะต้องดำเนินนโยบายเชิงรุกแบบสุดโต่ง ความเชื่อมั่นนี้ทำให้สกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูงรวมถึงเงินยูโร (EUR) มีแรงซื้อกลับสลับขึ้นมาในระยะสั้น
-
ดอลลาร์ยังไม่สิ้นฤทธิ์: แม้เงินยูโรจะฟื้นตัวจากฐาน 1.1500 ขึ้นมาที่ 1.1600 แต่ตลาดยังคงถือเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ไว้บางส่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ก่อนจะเห็นตัวเลขยอดค้าปลีก และการส่งสัญญาณทิศทางนโยบาย (Forward Guidance) ครั้งแรกของ Kevin Warsh ในคืนวันพุธ ซึ่งหากเขาออกมาส่งสัญญาณในโทนสายเหยี่ยว (Hawkish) เพื่อสกัดเงินเฟ้อพื้นฐาน ดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่าและกดดัน EUR/USD ทันที
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (EUR/USD)
ในทางเทคนิค แม้ว่าราคาจะรีบาวด์ขึ้นมา แต่ภาพรวมของ EUR/USD ยังคงติดอยู่ภายใต้แรงกดดันของแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน:
-
ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค: ราคายังคงซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน และอยู่ใต้แนวเส้นของอินดิเคเตอร์ Supertrend นอกจากนี้ ที่บริเวณแนวต้านกรอบบน 1.1600 เริ่มมีฟอร์มตัวของแท่งเทียนกลับตัวรูปแบบ Shooting Star (แท่งเทียนที่มีไส้บนยาว) สะท้อนว่ามีแรงเทขายสกัดช่วงขาขึ้นไว้
-
แนวต้าน (Resistance):
-
R1:
1.1600(แนวต้านจิตวิทยา และขอบบนของกรอบ Descending Channel) -
R2:
1.1630 - 1.1650(โซนเส้น EMA 50 วัน ด่านสำคัญในการเปลี่ยนแนวโน้มระยะสั้น) -
R3:
1.1700(แนวต้านเป้าหมายกรณีสลัดกรอบขาลงสำเร็จ)
-
-
แนวรับ (Support):
-
S1:
1.1500(แนวรับหลักจิตวิทยา และเป็นขอบล่างของกรอบ Descending Channel) -
S2:
1.1400(แนวรับสำคัญในภาพใหญ่ระดับสัปดาห์)
-
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“รีบาวด์ชนกรอบบน ท่ามกลางแท่งเทียน Shooting Star – กลยุทธ์ตามแนวโน้มหลักฝั่ง Sell ยังได้เปรียบ”: ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า การดีดตัวของ EUR/USD ขึ้นมาที่ 1.1600 เป็นเพียงการรีบาวด์ตามกลไกตลาดแบบ Risk-on ระยะสั้น การที่กราฟไม่สามารถทะลุขอบบนของ Descending Channel ประกอบกับการปรากฏของแท่งเทียน Shooting Star บ่งชี้ว่าโมเมนตัมฝั่งหมี (Bearish) ยังคงควบคุมตลาดก่อนรับรู้ผลประชุม FOMC
💡 แนะนำแผนการเทรดประจำวัน:
มุมมองหมี (Bearish View – แนะนำ): เน้นเปิดสถานะ Sell/Short บริเวณแนวต้าน
1.1590 - 1.1600วางเป้าหมายทำกำไร (Take Profit) ที่ระดับ1.1500และตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อคุมความเสี่ยงไว้ที่1.1650 - 1.1700มุมมองกระทิง (Bullish View): จะกลับมาได้เปรียบต่อเมื่อราคาสามารถปิดแท่งเทียนรายวันทะลุผ่าน
1.1630ขึ้นไปได้อย่างเด็ดขาดเท่านั้น หากผ่านได้ค่อยพิจารณาเข้า Buy โดยมีเป้าหมายที่1.1700ครับ




