“ทองคำปรับฐานสะสมพลังเหนือ $3,300 ขณะที่นักเทรดจับตาผลการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟดเพื่อหาแรงขับเคลื่อนใหม่“
-
ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบแคบเพื่อรอผลประชุม FOMC: ราคาทองคำ (XAU/USD) เคลื่อนไหวสลับขึ้นลงในกรอบจำกัดตลอดช่วงเซสชันเอเชียวันพุธ แม้ราคาจะพยายามรักษาระดับเหนือ $4,300 แต่ยังขาดแรงส่งที่จะวิ่งต่อ เนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะชะลอการเดิมพันครั้งใหม่เพื่อรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในคืนนี้
-
ดอลลาร์อ่อนค่าจากดีลหยุดยิงช่วยพยุงทองคำ: บรรยากาศเชิงบวกเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์สหรัฐให้ทรงตัวในแดนลบ ซึ่งช่วยเป็นแรงพยุงให้ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ตรงข้ามดอลลาร์ไม่ร่วงหลุดฐานสำคัญ
-
เปิดรายละเอียดดีลหยุดยิง 60 วัน ท่ามกลางความคลุมเครือ: รายงานระบุว่ากรอบข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2026 นี้ ประกอบด้วย การประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน, การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ และการปูทางสู่การเจรจาทางเทคนิคเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกยังขัดแย้งกันอยู่ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธว่ายังไม่ได้ลงลึกในข้อตกลงดังกล่าว นอกจากนี้ทรัมป์ยังตราหน้าข่าวลือเรื่องการตั้งกองทุนเอกชน 3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อไปลงทุนในอิหร่านว่าเป็น “ข่าวปลอม (Fake News)” ซึ่งความคลุมเครือนี้ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังตัว
-
จับตาด็อตพลอต (Dot Plot) และ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟดคนใหม่: คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% – 3.75% แต่เนื่องจากเงินเฟ้อในประเทศยังคงมีความเหนียวแน่น (Sticky) เฟดอาจส่งสัญญาณถอดถอนแนวคิดการผ่อนคลายนโยบายการเงินออกไป ตลาดจึงมุ่งเป้าไปที่แผนภูมิ Dot Plot และการแถลงข่าวครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh หากไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย (Dovish) ออกมา ดอลลาร์ก็พร้อมดีดกลับ และสกัดช่วงฟื้นตัวของทองคำ
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ทีมงาน THAIFRX วิเคราะห์นัยสำคัญและจุดเปลี่ยนสำคัญของทองคำในค่ำคืนนี้ไว้ดังนี้:
-
การคลายตัวของสถานการณ์ระดับสูงสุด (Unwinding Peak Risks): ในช่วงที่เกิดวิกฤตสงครามในช่วงต้นปี 2026 ตลาดเงินเฟ้อและทองคำได้สะท้อนความเสี่ยงขั้นสูงสุดไปแล้ว (Worst-case inflationary scenarios) เมื่อมีข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ความตื่นตระหนกจึงลดลง ราคาทองคำที่ดีดกลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของปี (YTD Low) เมื่อสัปดาห์ก่อน จึงมาติดแนวต้านสำคัญเพราะขาด “ความกลัว” มาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
-
ด่านทดสอบความเชื่อมั่น 60% ปลายปี: ปัจจุบันนักเทรดยังคงให้น้ำหนักสูงถึง 60% ว่าเฟดจะ “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในเดือนธันวาคม 2026” เพื่อคุมเงินเฟ้อรอบเก่า หากคืนนี้เฟดส่งสัญญาณกร้าวตามคาดการณ์นี้ ทองคำมีโอกาสที่จะถูกแรงเทขายกดดันกลับลงไปหาแนวรับด้านล่างทันที เว้นเสียแต่ว่า Kevin Warsh จะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายลงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบดิ่่งลงจากข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (XAU/USD)
ในทางเทคนิค กราฟราคาทองคำภาพใหญ่ยังคงมีโทนเป็นขาลง (Bearish Direction) เนื่องจากราคายังถูกจำกัดอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200-day SMA และยังไม่สามารถทะลุผ่านแนวระดับ Fibo Retracement 38.2% ของรอบการร่วงลงตั้งแต่เมษายนถึงมิถุนายนได้
-
แนวต้าน (Resistance):
-
R1:
$4,400(ด่านทดสอบทางจิตวิทยาและแนวต้านแรก) -
R2:
$4,445 - $4,450(โซนแข็งแกร่งมาก ซึ่งเป็นจุดร่วมของระดับ Fibonacci 50% และเส้น 200-day SMA ราคาทองคำต้องปิดตลาดรายวันเหนือโซนนี้ให้ได้เพื่อล้างภาพขาลงลึก) -
R3:
$4,560(ระดับแนวระดับ Fibo 61.8%)
-
-
แนวรับ (Support):
-
S1:
$4,227(แนวรับระดับ Fibonacci 23.6% หากหลุดโซนนี้โมเมนตัมขาลงจะกลับมาคุมตลาดทันที) -
S2:
$4,022(แนวรับโครงสร้างสำคัญ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเดิมของสัปดาห์ที่แล้ว)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“ทองคำติดด่านหินรอเฟดเลือกข้าง – แนะนำชะลอการลงทุนจนกว่าตลาดจะซึมซับถ้อยแถลงประธานเฟด”: ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า การแกว่งตัวของทองคำในระดับปัจจุบันสะท้อนสภาวะ “ชะลอการตัดสินใจ” ของสถาบันการเงินรายใหญ่ แม้ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์จะคลี่คลายลงจากข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน แต่ความเสี่ยงจากนโยบายการเงินของเฟดภายใต้ผู้นำคนใหม่อย่าง Kevin Warsh เป็นตัวแปรที่คาดเดาได้ยาก หากคืนนี้เฟดยังส่งสัญญาณคงท่าทีเข้มงวดดอลลาร์จะดีดกลับและกดดันทองคำลงทันที
💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรด: แนะนำกลยุทธ์ “Wait-and-see” จนกว่าราคาจะเลือกทิศทางที่ชัดเจนหลังการประชุมแถลงข่าวเสร็จสิ้น
หน้าฝั่ง Sell: หากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านแข็งแกร่งบริเวณ
$4,445 - $4,450(โซน 200 SMA) แล้วเกิดสัญญาณกลับตัวในไทม์เฟรม H4 สามารถเปิดสถานะ Sell โดยมีเป้าหมายทำกำไรกลับลงมาที่$4,227หน้าฝั่ง Buy: ควรรอให้ราคาปรับฐานลงมาทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่บริเวณ
$4,227แล้วมีการปฏิเสธราคา (Price Rejection) จึงค่อยพิจารณาเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นครับ




