spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก (Global Tariffs) จาก 10% เป็น 15% โดยระบุว่าให้มีผล "ทันที"

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก (Global Tariffs) จาก 10% เป็น 15% โดยระบุว่าให้มีผล “ทันที”

ข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 กุมภาพันธ์ 2569) ถือเป็นการยกระดับสงครามการค้าขึ้นไปอีกขั้นครับ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก (Global Tariffs) จาก 10% เป็น 15% โดยระบุว่าให้มีผล “ทันที”

นี่คือสรุปสถานการณ์ล่าสุดและบทวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าครับ:

1. สาเหตุของการพุ่งเป้าไปที่ 15%

  • การตอบโต้ศาลฎีกา: หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6-3 สั่งระงับภาษี “Reciprocal Tariffs” เดิมเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้เปลี่ยนมาใช้ Section 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 แทน

  • เพดานสูงสุดตามกฎหมาย: กฎหมายมาตรา 122 นี้อนุญาตให้ประธานาธิบดีเก็บภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า ทรัมป์จึงตัดสินใจขยับขึ้นไปที่ระดับสูงสุด (Fully allowed level) ทันทีเพื่อแสดงอำนาจและชดเชยรายได้ภาษีที่อาจหายไปจากคำสั่งศาล

     

2. ความสับสนเรื่อง “วันที่มีผลบังคับใช้”

  • คำประกาศ: ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่ามีผล “ทันที” (Effective Immediately)

  • เอกสารทางการ: อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากทำเนียบขาว (White House Fact Sheet) ก่อนหน้านี้ระบุว่าภาษี (ตอนที่เป็น 10%) จะเริ่มเก็บในวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12:01 น. (ET) * ข้อสังเกต: ตลาดกำลังรอความชัดเจนว่าการขยับเป็น 15% นี้จะเริ่มพร้อมกับกำหนดการเดิมในวันอังคาร หรือจะมีการบังคับใช้ก่อนหน้านั้น ซึ่งคาดว่าทรัมป์จะใช้การแถลง State of the Union ในคืนวันอังคารนี้เป็นเวทีประกาศความชัดเจน

     

3. สิ่งที่จะเกิดขึ้นในตลาดวันจันทร์ (23 ก.พ.)

เตรียมรับแรงกระแทก: ข่าวนี้ถูกประกาศในช่วงที่ตลาดการเงินส่วนใหญ่ปิดทำการ (วันเสาร์) ดังนั้นในเช้าวันจันทร์เราจะเห็น “ความผันผวน” ที่รุนแรงมากครับ:

  • ดอลลาร์สหรัฐ (USD): มีแนวโน้ม แข็งค่าขึ้นแรง เนื่องจากภาษีที่สูงขึ้นจะกดดันให้เงินเฟ้อในสหรัฐฯ พุ่งสูง และบีบให้เฟด (Fed) ต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น

  • ตลาดหุ้น: กลุ่มบริษัทผู้นำเข้าสินค้าและกลุ่มค้าปลีกอาจเผชิญแรงเทขาย (Sell-off) อย่างหนักจากต้นทุนที่กำลังจะพุ่งขึ้นอีก 5%

  • ราคาทองคำ: แม้ดอลลาร์จะแข็งค่า แต่ทองคำอาจได้รับแรงหนุนในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จากความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกและสงครามการค้าที่ไร้ข้อยุติ

 


ตารางเปรียบเทียบ: 10% vs 15% Global Tariff

หัวข้อ มาตรการเดิม (ศุกร์) มาตรการใหม่ (เสาร์)
อัตราภาษี 10% 15%
อำนาจกฎหมาย Section 122 (Trade Act 1974) Section 122 (Trade Act 1974)
ระยะเวลา 150 วัน (ชั่วคราว) 150 วัน (ชั่วคราว)
เป้าหมาย ทุกประเทศทั่วโลก ทุกประเทศทั่วโลก
สถานะทางกฎหมาย อยู่ระหว่างรอเอกสารทางการ ทรัมป์อ้างว่า “Legally Tested” (ผ่านการทดสอบกฎหมายแล้ว)

คำแนะนำ: สำหรับผู้ที่เทรดคู่เงินหลัก เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY ควรระวังการเกิด Gap (ช่องว่างราคา) ขนาดใหญ่ในช่วงเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ครับ

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX