สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีโต้ตอบระลอกใหม่ หลังภาวะสงบศึกชั่วคราวสิ้นสุดลง
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับเข้าสู่สภาวะสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังเกิดการปะทะและยิงตอบโต้กันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ โดยวอชิงตันขู่ว่าจะดำเนินการโจมตีรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่อิหร่านออกมากระทุ้งประณามการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย (รวมถึงเด็กวัย 4 ขวบ) และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคนกลางงานแต่งงานในพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้
💡 ข้อมูลเพิ่มเติม & วิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
-
ชนวนความขัดแย้งพุ่งเป้าพื้นที่ยุทธศาสตร์ (Strategic Escalation):
-
การโจมตีระลอกใหม่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง Sirik และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก
-
อิหร่านยิงตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนพุ่งเป้าฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน พร้อมคำขู่ว่าจะสกัดกั้นการส่งออกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด
-
-
ราคาน้ำมันดิบพุ่งสเปรดสปีก (Energy Market Impact):
-
ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน (Supply Disruption) ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ $90/บาร์เรล และ Brent ทะยานเหนือ $95-96/บาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์
-
-
เงินเฟ้อเร่งตัวกดดันสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำ (Macro Spillover):
-
ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อฝั่งอุปทาน (Cost-Push Inflation) ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี (US 10Y Yield) พุ่งแตะระดับ 4.8%
-
ตลาดเพิ่มน้ำหนักถึง 67% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมเดือนกันยายน ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างรวดเร็ว (Safe-haven USD) ขณะที่ราคาทองคำ (XAU/USD) ถูกกดดันลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $4,300
-
📊 แนวรับ – แนวต้าน ราคาน้ำมันดิบ WTI & Brent (Crude Oil Technicals)
| สินทรัพย์ | แนวต้าน 2 | แนวต้าน 1 | ราคาปัจจุบัน | แนวรับ 1 | แนวรับ 2 | รายละเอียดทางเทคนิค |
| WTI Crude | $93.50 | $91.80 | ~$90.50 | $88.50 | $86.20 | RSI เข้าเขต Overbought ระยะสั้น ทิศทางเป็น Bullish ตามข่าวสงคราม |
| Brent Crude | $98.50 | $97.00 | ~$95.80 | $93.80 | $91.50 | มีโอกาสทดสอบระดับ $100 หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อมสมบูรณ์ |
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
การกลับมาเปิดฉากโจมตีโต้ตอบกันอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) กลับมาเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาดการเงินโลก ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นรุนแรง ซึ่งไปปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่ บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อในเดือนกันยายน ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ Bond Yield พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงถูกแรงขายออกมาอย่างหนัก



