ในมุมมองของ THAIFRX.COM ข่าวการกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบสองและการปะทะที่รุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ (18-19 เมษายน 2569) มีแนวโน้มจะส่งผลให้ US Dollar (USD) ดีดตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง (Sharp Rebound) ในช่วงเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ครับ โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลัก 3 ประการดังนี้:
1. ภาวะตื่นตระหนกและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Surge)
เมื่อความหวังสันติภาพที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ถูกทำลายลง และมีการยิงโจมตีเรือน้ำมันจริง ตลาดจะกลับเข้าสู่โหมด Risk-off ทันที ดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสกุลเงินสำรองหลักที่มีสภาพคล่องสูงสุดจะถูกไล่ซื้อเพื่อพักเงินหลบความเสี่ยง
-
เป้าหมาย DXY: หลังจากดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลงไปแถว 98.20 – 98.50 เมื่อวันศุกร์ ข่าวนี้อาจผลักดันให้ดัชนีพุ่งกลับขึ้นไปทดสอบระดับ 100.00 หรือสูงกว่านั้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
2. เงินเฟ้อพุ่งจากวิกฤตพลังงาน (Energy-Driven Inflation)
การปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งทำให้อุปทานน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลกหายไป
-
ผลกระทบ: ราคาน้ำมันที่อาจดีดกลับขึ้นไปเหนือ $100 – $120 จะกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐฯ
-
Fed Factor: เมื่อเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ตลาดจะเลิกคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed และอาจเริ่มเก็งกำไรว่า Fed จะต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น (Higher for Longer) หรือแม้แต่กลับมาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อค่าเงิน USD
3. ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Relative Strength)
แม้ดอลลาร์จะเป็นคู่ขัดแย้ง แต่คู่เงินอื่นจะอ่อนค่าลงแรงกว่าเมื่อเทียบกับ USD:
-
EUR & GBP: ยุโรปและอังกฤษได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงรุนแรงกว่าสหรัฐฯ (เนื่องจากสหรัฐฯ มีพลังงานในประเทศบางส่วน) ทำให้เงินยูโรและปอนด์มักจะถูกเทขายหนักกว่า
-
Emerging Markets (EM): สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ที่ต้องนำเข้าน้ำมันจะอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์
📊 บทสรุปและคำแนะนำจาก THAIFRX.COM
“USD มีโอกาสแข็งค่าแบบ Gap Up ในเช้าวันจันทร์”
-
สถานการณ์: ตลาดได้รับ “ข่าวร้าย” ที่สวนทางกับความคาดหวังเดิมอย่างสิ้นเชิง (Ceasefire Failure)
-
กลยุทธ์: * หากคุณถือสถานะ Short USD (เช่น Buy EUR/USD หรือ Buy Gold) ต้องระวังการขาดทุนจากการกระโดดของราคา (Price Gap)
-
นักเทรดควรเฝ้าระวังระดับ Margin ให้ดี เนื่องจากความผันผวนจะสูงผิดปกติ
-





