“ราคาทองคำดีดตัวกลับจากจุดต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ ขณะที่ฝั่งดอลลาร์เริ่มชะลอแรงซื้อเพื่อรอดูตัวเลข CPI สหรัฐฯ และการแถลงของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด” ราคาทองคำดึงดูดแรงซื้อกลับคืนมาได้บ้างในช่วงเซสชันเอเชียวันอังคารนี้ โดยสามารถไต่ระดับกลับขึ้นมายืนเหนือแนวรับจิตวิทยาที่ $4,000 อีกครั้ง หลังจากที่ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ ทว่าการฟื้นตัวยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐเพียงแค่ชะลอการแข็งค่าชั่วคราวเพื่อรอข้อมูลเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธานเฟด เควิน วอร์ช ในขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและแรงเก็งกำไรดอกเบี้ยขาขึ้นยังเป็นปัจจัยคอยกดทับราคาทองคำไว้
📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว:
-
พยุงตัวเหนือ $4,000: ทองคำรีบาวด์สั้น ๆ กลับขึ้นมาเหนือระดับจิตวิทยาที่ $4,000 หลังจากดัชนีดอลลาร์ยอมพักฐานชั่วคราวจากการไต่ระดับขึ้นอย่างรุนแรงตลอดสองวันทำการก่อนหน้า
-
สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่สามติดต่อกัน: สถานการณ์ทางทหารทวีความตึงเครียดรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่สาม และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน ขณะที่กองกำลัง IRGC ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค และเรือบรรทุกน้ำมันของ UAE ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อนในช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบเดือน
-
จับตาดัชนี CPI และ ประธานเฟดคนใหม่: วันนี้ตลาดโฟกัสไปที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ แม้คาดว่าตัวเลขทั่วไป (Headline CPI) จะปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันเบนซินที่ดิ่งลงในเดือนมิถุนายน แต่ตลาดจะเพ่งเล็งไปที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) รวมถึงการเข้าแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกของประธานเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งจะชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
-
ทิศทางโดยรวมยังเป็นขาลง: ข้อมูลเชิงพื้นฐานระบุว่า แม้ทองคำจะดีดตัวขึ้นมา แต่ทางเทคนิคเป็นเพียงโอกาสในการเปิดสถานะ Sell ของผู้เล่นฝั่งหมี เนื่องจากราคายังมีแนวโน้มที่จะร่วงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมของปี (Year-to-Date Low) บริเวณ $3,943 – $3,942 ที่เคยทำไว้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)
กลไกและปัจจัยเบื้องหลังราคาทองคำในวันประกาศตัวเลข CPI สัปดาห์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง:
-
The “War Inflation” Trap (กับดักสงครามหนุนดอลลาร์มากกว่าทอง): แม้การยกระดับปฏิบัติการเป็น “คืนที่สาม” ของสหรัฐฯ และการโจมตีเรือน้ำมัน UAE จะส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โดยตรง แต่การที่วิกฤตครั้งนี้ไปหนุนให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเดือน กลับทำให้ตลาดมองว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ (Inflationary Risk) กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เม็ดเงินในตลาดหนุนความเชื่อมั่นว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้น ดอลลาร์จึงยังคงได้เปรียบทองคำในเชิงสินทรัพย์ปลอดภัยทางเลือก
-
Kevin Warsh’s Inaugural Show (เปิดตัวประธานเฟดสายเหยี่ยว): เควิน วอร์ช มีชื่อเสียงในโทนการดำเนินนโยบายที่ค่อนข้างเข้มงวด (Hawkish) การแถลงนโยบายรอบนี้ต่อหน้าคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎร (House Financial Services Committee) หากเขาแสดงความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่จากห่วงโซ่อุปทานพลังงานในตะวันออกกลางและเปิดประตูสำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ย ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นทันทีและเป็นตัวฉุดราคาทองคำลงอย่างรุนแรง
-
RSI Still Weak (โมเมนตัมฟื้นตัวเปราะบาง): ทางเทคนิคแล้ว แม้ดัชนี MACD จะแสดงสัญญาณการชะลอแรงขายลงบ้าง แต่ค่าดัชนี RSI ที่เคลื่อนไหวต่ำแถว 39 เป็นเครื่องยืนยันว่าการดีดตัวกลับในวันนี้เป็นเพียงแรงซื้อคืนระยะสั้นเพื่อทดสอบทาง (Technical Rebound) และยังห่างไกลจากการกลับตัวเป็นขาขึ้นที่แท้จริง
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (Key Technical Levels)
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance Zones):
-
$4,100: แนวต้านแรกทางจิตวิทยา (หากขึ้นมาทดสอบ คาดว่าจะเผชิญแรง Sell ทันที)
-
$4,221: แนวต้านสำคัญทางโครงสร้าง (ขอบบนของกรอบราคาขาลง – Channel Resistance)
-
$4,495.01: แนวต้านหลักระยะยาว เส้นค่าเฉลี่ย 200-day SMA (ด่านที่จะเคลียร์ภาพฝั่งขาลงทั้งหมด)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support Zones):
-
$4,000: แนวรับจิตวิทยาปัจจุบัน
-
$3,943 – $3,942: แนวรับสำคัญหลัก (จุดต่ำสุดรอบปี / Year-to-Date Low)
-
$3,761.01: แนวรับเป้าหมายใหญ่ด้านล่าง (ขอบล่างสุดของกรอบคู่ขนานขาลง – Channel Floor)
-
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)
“ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า การฟื้นตัวเหนือระดับ $4,000 ของทองคำในเช้าวันนี้เป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราวเพื่อรอความชัดเจนจากรายงาน CPI สหรัฐฯ และสุนทรพจน์แรกของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ปัจจัยเชิงโครงสร้างทางภูมิรัฐศาสตร์รอบนี้ไม่ได้ทำงานหนุนทองคำอย่างเต็มร้อย เนื่องจากตัวแปรด้านราคาน้ำมันแพงกดดันให้ตลาดเลือกสะสมดอลลาร์สหรัฐมากกว่า
กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ:
เน้นกลยุทธ์ ‘ดัก Sell เมื่อฟื้นตัว’ (Sell on Rallies): รอจังหวะสวมบทเสือซุ่มเปิดสถานะ Sell เมื่อราคาฟื้นตัวเข้าใกล้โซนแนวต้าน $4,080 – $4,100 โดยตั้ง Stop Loss จำกัดความเสี่ยงไว้เหนือระดับ $4,120
สำหรับฝั่ง Buy แนะนำชะลอการลงทุน: ควรรอให้ตัวเลข CPI ประกาศออกมาก่อน และหลีกเลี่ยงการจับเสือมือเปล่าในสภาวะที่ทิศทางหลักยังติดอยู่ในกรอบขาลงใต้เส้น 200 วันอย่างชัดเจนครับ”**



