ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 รายงานว่าตลาดโลหะมีค่าทั้ง ทองคำ (Gold) และ แร่เงิน (Silver) ยังคงเผชิญกับแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง (Selloff) ในการเปิดสัปดาห์ใหม่ หลังจากที่เพิ่งเผชิญกับหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นี่คือสรุปสถานการณ์ความตื่นตระหนกในตลาดโลหะมีค่าครับ:
1. ราคาดิ่งเหวต่อเนื่อง (Price Action)
-
Gold (ทองคำ): ราคาร่วงลงอีกกว่า 8-9% ในวันนี้ ลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ $4,460 – $4,500 หลังจากที่เพิ่งทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ $5,600 เมื่อสัปดาห์ก่อน (รวมปรับลดลงเกือบ 20% จากจุดสูงสุด)
-
Silver (แร่เงิน): สถานการณ์หนักกว่าทองคำ โดยราคาร่วงลงต่ออีกเกือบ 10% ลงไปต่ำกว่าระดับ $72 ต่อออนซ์ หลังจากที่เมื่อวันศุกร์เพิ่งดิ่งลงรุนแรงถึง 26% ซึ่งเป็นการลดลงวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980
2. สาเหตุหลักของการเทขาย (The Triggers)
ความกลัวในตลาดถูกจุดชนวนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน:
-
การเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่: ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh ให้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ตลาดมองว่าเขาเป็น “สายเหยี่ยว” (Hawkish) ที่ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อและอาจคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าคาด ส่งผลให้ดอลลาร์พุ่งและทองคำหมดความน่าสนใจ
-
การเพิ่มหลักประกัน (Margin Hike): ตลาดล่วงหน้า (CME Group) ประกาศเพิ่มค่าหลักประกัน (Maintenance Margin) ของทองคำและเงินขึ้นถึง 33-36% มีผลในวันนี้ (2 ก.พ.) ทำให้เทรดเดอร์ที่ใช้ Leverage สูงถูกบังคับขาย (Margin Call) ออกมามหาศาล
-
ความหวังดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน: สัญญาณบวกจากการเจรจาช่วยลด “พรีเมียมความเสี่ยงสงคราม” ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อไปถือสินทรัพย์อื่น
3. ผลกระทบลูกโซ่ (Domino Effect)
การร่วงลงของทองคำและเงินส่งผลให้เกิดการขาดสภาพคล่องในพอร์ตลงทุน ทำให้นักลงทุนต้องเทขายสินทรัพย์อื่น ๆ (เช่น หุ้นและคริปโตเคอร์เรนซีบางส่วน) เพื่อนำเงินมาชดเชยผลขาดทุนในตลาดโลหะ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกร่วงลงตามในวันนี้
ตารางเปรียบเทียบความเคลื่อนไหว (2 ก.พ. 2026)
| สินทรัพย์ | ราคาโดยประมาณ | การเปลี่ยนแปลง (วันนี้) | หมายเหตุ |
| Gold Spot | $4,504 | -7.9% | หลุดแนวรับ $5,000 อย่างรุนแรง |
| Silver Spot | $74.30 | -12.7% | ผันผวนหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี |
| Dollar Index | 97.15 | +0.2% | แข็งค่ากดดันราคาโลหะ |
มุมมองนักวิเคราะห์: นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่คือ “Healthy Correction” หรือการปรับฐานเพื่อไล่แรงเก็งกำไรออก หลังจากที่ราคาวิ่งเป็นเส้นตรง (Parabolic) มาตลอดเดือนมกราคม โดยคาดว่าแนวรับถัดไปของทองคำจะอยู่ที่ $4,360 – $4,400





