EUR/USD: แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาลง ท่ามกลางเส้น EMA 20 วันที่ลาดตัวลง
-
EUR/USD ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.1633 หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน
-
กองทัพสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นไปเพื่อ “การป้องกันตนเอง” และไม่ได้มีเจตนาที่จะยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินไปด้วยดี
คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายลดลงเล็กน้อยที่ระดับประมาณ 1.1633 ในช่วงชั่วโมงการซื้อขายของฝั่งเอเชียในวันอังคาร โดยคู่เงินหลักนี้เผชิญกับแรงเทขายเบาๆ เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อาจเกิดการสะดุดลง
โฆษกจากกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (US Central Command) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีทางตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่านที่มีเจตนาจะวางทุ่นระเบิด อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าลักษณะของการโจมตีนั้นเป็นไปเพื่อ “การตั้งรับและป้องกันตนเอง” และไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อยุติการหยุดยิงกับรัฐบาลเตหะราน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย และราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นพอสมควร ณ เวลาที่เขียนรายงานนี้ ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งวัดค่าเงินกรีนแบ็กเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั้ง 6 สกุล ซื้อขายสูงขึ้นเล็กน้อยใกล้ระดับ 99.05 ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แถลงว่าการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งนั้น “กำลังดำเนินไปด้วยดี”
การวิเคราะห์ทางเทคนิค EUR/USD
EUR/USD ซื้อขายลดลงเล็กน้อยรอบๆ 1.1635 โดยยังคงรักษาแนวโน้มขาลงในระยะสั้น (Bearish near-term bias) เนื่องจากราคาปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย Exponential Moving Average (EMA) 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.1667
คู่เงินนี้ค่อยๆ ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดของต้นเดือน และดัชนี Relative Strength Index (RSI) ที่ซบเซาอยู่บริเวณ 45.1 บ่งชี้ถึงโมเมนตัมฝั่งขาขึ้นที่กำลังจางหายไป มากกว่าที่จะเป็นสภาวะขายมากเกินไป (Oversold) สิ่งนี้สะท้อนว่าฝั่งผู้ขายยังคงเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ ในขณะที่ฝั่งผู้ซื้อยังคงซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
-
ด้านแนวต้าน (Topside): แนวต้านแรกถูกกำหนดโดยเส้น EMA 20 วันที่ 1.1667 ซึ่งราคาจำเป็นต้องปิดตลาดรายวัน (Daily Close) เหนือแนวต้านไดนามิกนี้ให้ได้ จึงจะช่วยลดแรงกดดันด้านขาลงระยะสั้น และเปิดทางไปสู่การฟื้นตัวที่มีนัยสำคัญยิ่งขึ้นมุ่งหน้าสู่ระดับ 1.1700
-
ด้านแนวรับ (Downside): คู่เงินนี้อาจกลับเข้าสู่เส้นทางขาลงอีกครั้งหากราคาร่วงหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ 1.1576 โดยมีพื้นที่แนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ระดับจิตวิทยา 1.1500
📊 เจาะลึกตลาด (Market Insights)
ข้อมูลวิเคราะห์เพิ่มเติมและปัจจัยขับเคลื่อนโครงสร้างราคา EUR/USD สำหรับเทรดเดอร์:
-
ผลกระทบจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk): แม้กองทัพสหรัฐฯ จะยืนยันว่าเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง แต่ข่าวการปะทะกันทางทหารได้สร้างจิตวิทยาเชิงลบในตลาดทุน (Risk-off Sentiment) ดึงให้นักลงทุนโยกเงินทุนจากสกุลเงินฝั่งยุโรปอย่าง EUR กลับเข้าถือครองดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยชั่วคราว
-
ความลาดชันของเส้น EMA 20 วัน (Downward Slope): ในทางเทคนิค เส้น EMA 20 วันที่ทำมุมลาดลง เป็นตัวบ่งชี้ว่าแนวโน้มในรอบสัปดาห์ (Short-term trend) เป็นขาลงอย่างสมบูรณ์ ทุกครั้งที่ราคาพยายามรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบเส้นนี้ มักจะเจอแรง Short สวนลงมาเสมอ ตราบใดที่ยังไม่มีปัจจัยบวกแรงๆ มาเปลี่ยนทิศทาง
-
RSI ระดับ 45.1 ไม่ใช่จุดซื้อสวน: เทรดเดอร์มือใหม่มักเข้าใจผิดว่าเมื่อกราฟร่วงลงมานานแปลว่าราคาถูกและน่า Buy แต่การที่ RSI ประคองตัวในโซน 40-45 บ่งบอกว่าตลาดยังมีพื้นที่ (Room) ให้ไหลลงได้อีกยาวๆ โดยที่ยังไม่เข้าเขต Oversold ด้วยซ้ำ ดังนั้นฝั่ง Sell ยังคงได้เปรียบเปรียบเชิงสถิติ
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Summary: คู่เงิน EUR/USD กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันสองเด้ง ทั้งจากปัจจัยทางเทคนิคที่เป็นแนวโน้มขาลงใต้เส้น EMA 20 วัน และปัจจัยพื้นฐานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียด ซึ่งช่วยหนุนดัชนี DXY ให้ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 99.00 อีกครั้ง
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์: กลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้คือ “Follow the Trend” หรือ “Bounce to Short” โดยใช้แนวต้านบริเวณเส้น EMA 20 วัน (1.1667) เป็นจุดอ้างอิงในการเปิดสถานะ Sell โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ 1.1576 และเป้าหมายถัดไปที่ 1.1500 ควรหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะ Buy สวนเทรนด์จนกว่าจะเห็นโครงสร้างราคาทำ Higher High หรือปิดแท่ง Daily เหนือ 1.1667 ได้อย่างมั่นคง




