“คาดการณ์ราคา EUR/USD: ฝั่งบูลส์ยังคงระมัดระวังตัว ต่ำกว่าแนวฟีโบนักชี 23.6% และด่านสำคัญ 1.1470” คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายด้วยทิศทางที่เป็นบวกเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางการอ่อนค่าลงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังคงรักษาค่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) ไว้ในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ในภาพใหญ่ ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคที่เตือนให้ระวังก่อนที่จะวางเดิมพันฝั่งขาขึ้น (Buy) อย่างรุนแรงในเวลานี้
📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว:
-
ฟื้นตัวในกรอบ Sideway: EUR/USD ดึงดูดแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้น (Dip-buyers) หลังจากที่ราคาเผชิญแรงเทขาย (Pullback) ย้อนลงมาจากแนวต้านแนวนอนช่วง 1.1460 – 1.1470 ในวันก่อนหน้า โดยราคาเคลื่อนไหวแถว 1.1435 – 1.1440 ในเซสชันเอเชียวันพุธ
-
ดอลลาร์โดนกดดันจากตัวเลข CPI อดีต: รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเมื่อวันอังคาร บีบให้นักลงทุนชะลอการคาดการณ์เรื่องการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดลงชั่วคราว ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนค่าลงสั้น ๆ และกลายเป็นลมหนุน (Tailwind) ให้ EUR/USD ดีดตัวขึ้น
-
ความเสี่ยงพลังงานคอยค้ำคอดอลลาร์: แม้ดอลลาร์จะย่อตัว แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง (ผลจากการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของทรัมป์) ประกอบกับถ้อยแถลงกร้าวของประธานเฟด เควิน วอร์ช ที่มุ่งมั่นปราบเงินเฟ้อ จะเป็นปัจจัยจำกัดไม่ให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงลึกกว่านี้ ซึ่งหมายความว่าเพดานขาขึ้นของ EUR/USD ก็จะถูกจำกัดด้วยเช่นกัน
-
ติดกำแพง Fibonacci 23.6%: ในทางเทคนิค ราคาขึ้นมาชนระดับ 23.6% Fibonacci Retracement (ของรอบดิ่งลงตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน) และยังไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ อินดิเคเตอร์อย่าง MACD ที่ตัดขึ้นเป็นบวก และ RSI ที่ระดับ 56 สะท้อนเพียงการฟื้นตัวเพื่อปรับฐาน (Corrective Uptick) เท่านั้น ยังไม่ใช่การกลับตัวเป็นเทรนด์ขาขึ้นที่ชัดเจน
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)
มิติเชิงลึกของคู่เงิน EUR/USD ที่นักเทรด THAIFRX.COM ต้องพิจารณาในวันนี้มีดังนี้ครับ:
-
The Energy-Asymmetry Euro Trap (วิกฤตพลังงานที่ยุโรปเสียเปรียบ): การยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านโดยโดนัลด์ ทรัมป์ และความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลลบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของยูโรโซน (Eurozone) เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงมาก การที่ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งกระฉูดจะกลายเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของฝั่งยุโรป (Growth Stagflation) ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตกที่นั่งลำบากในการปรับขึ้นดอกเบี้ยตามเฟด ดังนั้นในระยะกลาง ดอลลาร์จะยังคงแข็งค่ากว่ายูโรเชิงเปรียบเทียบ
-
The 4-Hour 200-SMA Blockade (แนวกระสุนตกทางเทคนิค): หากพิจารณากราฟราย 4 ชั่วโมง (H4) โซนราคาเหนือ 1.1470 ขึ้นไปจนถึง 1.1490 มีเส้นค่าเฉลี่ย 200-period SMA ดักรออยู่ โซนนี้ถือเป็น “Confluence Resistance” หรือแนวต้านร่วมที่แข็งแกร่งมาก หากฝั่ง Buy ไม่มีข่าวดีทางเศรษฐกิจระดับบิ๊กเซอร์ไพรส์จากฝั่งยุโรปเข้ามาหนุน การขึ้นมาทดสอบบริเวณนี้มักจะจบลงด้วยการเคลียร์ไส้เทียนแล้วร่วงกลับลงไป
-
Fed’s Wednesday Testimony (จับตาวุฒิสภาคืนนี้): ในค่ำคืนนี้ ประธานเฟด เควิน วอร์ช มีคิวเข้าแถลงต่อคณะกรรมการธนาคารแห่งวุฒิสภา (Senate Banking Committee) เป็นวันที่สอง หากเขายังคงเน้นย้ำโทนเดิมว่าเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ที่ลดลงเป็นเพียง “ข้อมูลแค่จุดเดียว” และแสดงความกังวลต่อราคาน้ำมันจากสงครามอิหร่าน ตลาดจะหันกลับมาซื้อดอลลาร์ทันที ซึ่งจะส่งผลให้ EUR/USD จบรอบการรีบาวด์
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (Key Technical Levels)
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance Zones):
-
1.1460 – 1.1470: แนวต้านแนวนอนระยะสั้น + ระดับ 23.6% Fibonacci (ด่านทดสอบปัจจุบัน)
-
1.1490: แนวต้านสำคัญระดับ H4 เส้นค่าเฉลี่ย 200-period SMA
-
1.1523: แนวต้านถัดไปตามสัดส่วน 38.2% Fibonacci Retracement
-
-
แนวรับสำคัญ (Support Zones):
-
1.1400: แนวรับจิตวิทยาและโซนหนุนระหว่างวัน
-
1.1325 – 1.1323: แนวรับหลักทางโครงสร้าง (Year-to-Date Low) จุดต่ำสุดของปีนี้ หากหลุดแนวนี้ ภาพรวมขาลงรอบใหญ่จะเปิดฉากมุ่งสู่ระดับ 1.1200 ทันที
-
📝 บทสรุปแนวทางการเทรดจาก THAIFRX.COM (Conclusion)
“ทาง THAIFRX.COM วิเคราะห์ว่า การฟื้นตัวของ EUR/USD ตลอดสองวันที่ผ่านมาเป็นเพียง ‘Technical Rebound’ ระยะสั้นที่ได้อานิสงส์จากการพักตัวของดอลลาร์หลังจบข่าว CPI เท่านั้น โครงสร้างหลักในตลาดยังคงขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงสงครามและน้ำมันแพง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินยูโรในระยะยาว
กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ:
เน้นกลยุทธ์ ‘ดัก Sell เมื่อชนแนวต้าน’ (Fade the Rallies): แนะนำรอจังหวะให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบในโซนแนวต้านหนาแน่นระหว่าง 1.1465 – 1.1490 แล้วหาจังหวะเปิดสถานะ Sell (Short) โดยวางจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือระดับ 1.1510
เป้าหมายการทำกำไร: มองเป้าหมายแรกในการลงมารับของที่ 1.1400 และเป้าหมายหลักในการทำกำไรรอบนี้ที่ฐานเดิมบริเวณ 1.1330 – 1.1325 ครับ”**



