spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXทองคำได้แรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่าพยุงรีบาวด์ แต่ฝั่ง Buy ยังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยค้ำคอ

ทองคำได้แรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่าพยุงรีบาวด์ แต่ฝั่ง Buy ยังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยค้ำคอ

“ทองคำได้แรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่าพยุงรีบาวด์ แต่ฝั่ง Buy ยังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยค้ำคอ”

ประเด็นเสริม:

ราคาทองคำ (XAU/USD) เคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) ในช่วงเซสชันเอเชียวันอังคาร โดยทรงตัวอยู่เหนือจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม บริเวณ $4,267 – $4,268 ที่ทำไว้ในวันก่อนหน้า ราคาทองคำได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐหลังจากที่อิหร่านและอิสราเอลประกาศพักรบ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเข้าซื้อเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง จากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปี

ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)

1. ปมตะวันออกกลางฟื้นดีลยาก: ทรัมป์ยื่นคำขาดนิวเคลียร์ แลกฮอร์มุซ

แม้ว่าการเผชิญหน้าระหว่างอิสราเอลและอิหร่านจะลดระดับความรุนแรงลงชั่วคราวตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่การเจรจาทางการทูตในภาพใหญ่อาจเผชิญภาวะทางตัน (Deadlock) เนื่องจากข้อเรียกร้องที่ต่างกันสิ้นเชิง:

  • ฝั่งสหรัฐฯ (ทรัมป์): ยื่นคำขาดว่าข้อตกลงสันติภาพใดๆ จะต้องรับประกันว่าอิหร่านจะไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

  • ฝั่งอิหร่าน: เรียกร้องการรับรองอธิปไตยอย่างเป็นทางการ มีสิทธิ์ควบคุมการจราจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร รวมถึงต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและคืนสินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้

    ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างนี้ทำให้เบี้ยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) ยังคงไม่หายไปไหน ซึ่งอาจกลับมาเป็นแรงหนุนให้เงินดอลลาร์แกร่งขึ้นและกดดันราคาทองคำได้ตลอดเวลา

2. วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซดันเงินเฟ้อพุ่ง ค้ำด่านดอกเบี้ยเฟดสูงยาวนาน

ปัจจุบัน เส้นทางการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัดอย่างรุนแรง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนสูง สถานการณ์ดังกล่าวกลายเป็นเชื้อไฟเร่งอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงช้า และทำให้นักลงทุนในตลาดผ่านเครื่องมือ FedWatch Tool ประเมินว่า มีโอกาสสูงกว่า 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี 2026 นี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูง และดึงดูดเม็ดเงินออกจากทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

3. ตัวเลขชี้ชะตาปลายสัปดาห์: CPI และ PPI

นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการจัดพอร์ตใหญ่เพื่อรอคอยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤษภาคมในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นเข็มทิศชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและทิศทางของค่าเงินดอลลาร์โดยตรง

บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM

บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM:

“ภาพรวมของราคาทองคำในทางปัจจัยพื้นฐานยังคงอยู่ในสภาวะ ‘Path of least resistance is to the downside’ หรือทางที่วิ่งง่ายที่สุดคือฝั่งขาลงครับ แม้จะมีแรงรีบาวด์สั้นๆ จากข่าวการพักรบช่วยพยุง แต่ตราบใดที่ตลาดมองว่าเฟดยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเกิน 70% ทองคำก็ขึ้นได้ยาก

ในทางเทคนิค กราฟเพิ่งจะหลุดและปิดแท่งเทียนต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200-day SMA ($4,441.10$) ซึ่งเป็นสัญญาณเปิดไฟเขียวให้ฝั่ง Sell แม้ว่าระยะสั้นจะติดแนวรับขอบล่างของช่องขนานขาลง (Descending Channel) แถว $4,270$ แต่สัญญาณ RSI ที่ระดับ 35 และ MACD ที่ยังจมแดนลบสะท้อนว่าฝั่ง Sell ยังถือไพ่เหนือกว่า กลยุทธ์เด้ง Sell ยังคงได้เปรียบที่สุดครับ”

โครงสร้างแนวรับ-แนวต้านสำคัญ (XAU/USD Daily Chart)

                       [แนวต้านกรอบบนสุดของ Descending Channel: $4,571.21]
                                             ▲
                       [แนวต้านใหญ่จุดเปลี่ยนเทรนด์ 200-day SMA: $4,441.10] 
                                             ▲
                                             │ (แรงรีบาวด์จำกัดเนื่องจาก Yield บอนด์สหรัฐฯ ทรงตัวระดับสูง)
                                             ▼
                       [ราคาปัจจุบันทองคำ XAU/USD: ~$4,268 - $4,275]
                                             ▲
                                             │ (โซนพักฐานสะสมพลังและสู้ราคาระหว่างวัน)
                                             ▼
                       [แนวรับสำคัญขอบล่าง Descending Channel: $4,270.16]
                                             ▲
                       [แนวรับจิตวิทยาหลักถัดไป: $4,200.00]

 

ระดับแนวรับสำคัญ (Supports) ระดับแนวต้านสำคัญ (Resistances)
$4,270.16 (แนวรับขอบล่างกรอบ Channel / จุดต่ำสุดวานนี้) $4,350.00 (แนวต้านจิตวิทยาระดับสั้นระหว่างวัน)
$4,200.00 (แนวรับสำคัญระดับโครงสร้างจิตวิทยาระยะยาว) $4,441.10 (เส้น 200-day SMA / ด่านกำแพงเหล็กฝั่งหมี)
$4,150.00 (ฐานรากแนวรับถัดไปในภาพใหญ่) $4,571.21 (กรอบบนของ Channel ขาลง / ด่านเปลี่ยนเทรนด์)

คำแนะนำการลงทุนและยุทธวิธีประจำวัน:

  1. ยุทธวิธีฝั่ง Sell (กลยุทธ์หลัก): เน้นตั้งรับเพื่อเปิดสถานะ Sell เมื่อราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านย่อยบริเวณ $4,330 – $4,350 แล้วมีสัญญาณปฏิเสธราคา โดยตั้ง Stop Loss ไว้เหนือ $4,380 และตั้งเป้าหมายทำกำไร (Take Profit) ที่ระดับ $4,275 – $4,270

  2. ยุทธวิธีฝั่ง Buy (เล่นสั้นเสี่ยงสูง): หากราคายังไม่สามารถหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ $4,270 และเกิดแท่งเทียนกลับตัวในไทม์เฟรมเล็ก (H1/H4) อาจพิจารณาเสี่ยง Buy เล่นเด้งสั้นๆ โดยต้องตั้ง Stop Loss ไว้ใต้ $4,260 อย่างเคร่งครัด

  3. การบริหารความเสี่ยง: ตลาดกำลังรอระเบิดเวลาอย่างตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ กราฟจึงอาจแกว่งตัวไซด์เวย์บีบอัดในวันนึ้ สมาชิก THAIFRX.COM ควรกระชับพอร์ต ไม่ถือสถานะข้ามคืนลากยาว และคำนวณความเสี่ยงทุกครั้งก่อนออกออเดอร์ครับ

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX