“เงินเยนจ่อร่วงใกล้จุดต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง”
-
ประเด็นเสริม: คู่เงิน USD/JPY ดึงดูดแรงซื้อระลอกใหม่รับต้นสัปดาห์พุ่งแตะระดับ 159.50 หลังตัวเลขใช้จ่ายฝ่ายทุน (Capital Spending) ของญี่ปุ่นชะลอตัวอย่างหนัก ซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานและแรงหนุนฝั่งดอลลาร์สหรัฐฯ
💡 ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
จากการรายงานสถานการณ์ตลาดฟอเร็กซ์ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2026 คู่เงิน USD/JPY พลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างรุนแรง โดยไต่ระดับขึ้นมาจ่อทดสอบโซน 159.50 (ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์) ซึ่งมีปัจจัยเบื้องลึกเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจดังนี้:
1. ตัวเลขเศรษฐกิจภายในประเทศของญี่ปุ่นย่ำแย่ลง (Domestic Economic Shock)
-
การลงทุนภาคเอกชนหยุดนิ่ง: ข้อมูลที่ประกาศในเช้าวันนี้ระบุว่า ตัวเลขการใช้จ่ายฝ่ายทุนของภาคธุรกิจญี่ปุ่น (Corporate Capital Spending) ในไตรมาส 1/2026 ออกมาทรงตัว (Flatlined) ซึ่งย่ำแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก และเป็นการชะลอตัวลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2025 ที่ขยายตัวได้ถึง 6.5% YoY สะท้อนว่าภาคเอกชนขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน
-
ผลกระทบจากราคาพลังงาน: ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบ 100% วิกฤตการปิดล้อมทางทะเลที่ช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่น ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะเทขายเงินเยน (JPY) ออกมา
2. ปัจจัยหนุนดอลลาร์: อิสราเอลขยายวงสงคราม และความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
-
แนวรบใหม่ในเลบานอน: กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู สั่งเคลื่อนกำลังพลรุกคืบเพื่อกวาดล้างกลุ่ม Hezbollah (ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) ส่งผลให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้นทันที
-
ข้อตกลงหยุดยิงยังไม่จบ: แม้จะมีข่าวบวกเรื่อง MOU แต่ทางการอิหร่านยืนยันว่าข้อตกลง “ยังไม่สิ้นสุด” และยังต้องเจรจาผ่านตัวกลางอย่างปากีสถานในประเด็นนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ ความยืดเยื้อนี้ผลักดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินสำรองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก (Reserve Currency)
-
ราคาน้ำมันดิบรีบาวด์: ราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดของวันศุกร์ ปลุกกระแสความกังวลเรื่องเงินเฟ้อฝังลึก และทำให้นักลงทุนกลับมาคาดการณ์ว่าเฟด (Fed) อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น หรืออาจขึ้นดอกเบี้ยแบบส่งสัญญาณสัญลักษณ์ในเดือนมิถุนายน
📊 บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM: ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamentals) ในเช้าวันนี้เลือกข้างฝั่งขาขึ้นของ USD/JPY อย่างชัดเจน ทั้งจากตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่อ่อนแอและสถานการณ์สงครามในเลบานอนที่ตึงเครียดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่คอยฉุดรั้งไม่ให้ฝั่ง Buyers ไล่ราคาไปไกลกว่านี้คือ “ความกลัวการเข้าแทรกแซงตลาดจากธนาคารกลางญี่ปุ่นและกระทรวงการคลัง (BOJ/MOF Intervention)” เนื่องจากระดับราคาใกล้แตะโซนอันตรายจิตวิทยาที่ 160.00
แนวโน้มและกลยุทธ์การเทรด USD/JPY
-
ภาพทางเทคนิค: กราฟราคากำลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 159.50 ดัชนีโมเมนตัมเอื้อต่อการปรับตัวขึ้นต่อ หากคืนนี้ตัวเลข US ISM Manufacturing PMI ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ราคามีโอกาสพุ่งทดสอบแนว 160.00 ทันที
-
แนวต้านสำคัญ: 159.50 (High เดิม) และ 160.00 (แนวต้านจิตวิทยาที่ต้องระวังแรงทุบจากการแทรกแซง)
-
แนวรับสำคัญ: 158.80 และ 158.20
-
คำแนะนำในการเทรด: เทรดเดอร์ THAIFRX.COM ที่ถือสถานะ Buy แนะนำให้แบ่งปิดทำกำไรบางส่วนบริเวณใกล้ 159.50 – 159.80 และไม่ควรไปไล่เปิดสถานะ Buy เพิ่มที่บริเวณใกล้ 160.00 เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนทางการญี่ปุ่นทุบค่าเงินเพื่อดัดหลังรายย่อย (กลยุทธ์ย่อซื้อในโซนแนวรับจะปลอดภัยกว่ามาก)




