“น้ำมันดิบ WTI พุ่งจ่อระดับ 89.00 ดอลลาร์ หลังกองทัพอิสราเอลรุกคืบเข้าสู่เลบานอน ซ้ำเติมความกังวลด้านอุปทาน”
-
ประเด็นเสริม: ราคา WTI ดีดตัวกลับขึ้นมากว่า 2% ยุติสถิติแดนลบ 3 วันติด ท่ามกลางความเสี่ยงรอบใหม่หลังทรัมป์ยื่นขอแก้เงื่อนไขข้อตกลงนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านลั่นวาจาจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่เสียเปรียบ
💡 ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) พลิกกลับมาพุ่งทะยานยืนเหนือระดับ $88.80 ต่อบาร์เรล ในช่วงเซสชันเอเชียของวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าราคาปรับตัวลดลงจากความหวังเรื่องข้อตกลงหยุดยิง โดยมีปัจจัยเร่งและข้อมูลเชิงลึกที่ส่งผลต่อตลาดพลังงานโลกดังนี้:
1. ความขัดแย้งในเลบานอนปะทุรุนแรง (Tactical Escalation)
-
ข้อตกลงหยุดยิงเดิมสั่นคลอน: แม้จะมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่ม Hezbollah ไปเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน แต่คำสั่งล่าสุดของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนแทนยาฮู ที่ให้กองทัพอิสราเอล (IDF) เดินหน้าบุกรุกคืบเข้าสู่พื้นที่เลบานอน ได้ทำลายความหวังและข้อตกลงดังกล่าวลงในทันที
-
ความหวังดับวูบหลังการประชุมที่วอชิงตัน: การปะทะกันระลอกใหม่เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพอิสราเอล-เลบานอนที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Energy Supply Disruptions หรือการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานในตะวันออกกลางกลับมาอยู่ในระดับวิกฤตอีกครั้ง
2. สงครามตัวแทนและความยืดเยื้อของข้อตกลงนิวเคลียร์
-
ทรัมป์เพิ่มแรงกดดัน: ทำเนียบขาวพยายามบีบให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นในร่างข้อตกลง 60 วัน โดยเฉพาะการบังคับขนย้ายแร่ยูเรเนียมสมรรถนะสูง (Highly Enriched Uranium) ออกนอกประเทศ และการวางระเบียบควบคุมห้ามแทรกแซงเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
-
ท่าทีแข็งกร้าวจากเตหะราน: นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่าน ออกมาตอบโต้อย่างชัดเจนว่า “เตหะรานจะไม่ยอมลงนามในข้อตกลงใดๆ กับวอชิงตัน ตราบใดที่สิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนอิหร่านไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างชัดเจน” นัยนี้สะท้อนว่าตลาดน้ำมันดิบยังต้องแบกรับ Geopolitical Risk Premium (ค่าความเสี่ยงจากสงคราม) ต่อไป เนื่องจากกรอบเวลาที่สหรัฐฯ คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบจากอิหร่านต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 3 วัน
📊 บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM: ราคาน้ำมันดิบ WTI แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสภาวะ “ตื่นตระหนก” จากข่าวดีในสัปดาห์ก่อนหมดลงอย่างรวดเร็ว (ดิ่งลงไปแตะ Low แถว $87.00 ก่อนดีดกลับขึ้นมาทันที) การรุกคืบของอิสราเอลในเลบานอนเท่ากับเป็นการเติมเชื้อไฟให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสสร้าง “ฐานราคาใหม่ที่สูงขึ้น” สอดคล้องกับมุมมองเชิงโครงสร้างที่ว่า ยุคน้ำมันราคา $60 ได้จบลงไปแล้ว ตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาเทรนด์น้ำมันในสัปดาห์นี้คือ ท่าทีตอบโต้ของอิหร่าน และตัวเลขดัชนี US ISM Manufacturing PMI ในคืนนี้
แนวโน้มและกลยุทธ์การเทรดน้ำมันดิบ WTI
-
ภาพทางเทคนิค: กราฟ WTI ในระดับรายวันสามารถสร้างแท่งเทียนดีดตัวกลับ (Reversal Pattern) สลัดแรงขาย 3 วันก่อนหน้าทิ้งได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนีโมเมนตัมพลิกกลับมาเป็นบวก หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ $88.50 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเปิดฉากทดสอบเป้าหมายถัดไป
-
แนวต้านสำคัญ: $89.50 และ $91.00 (หากทะลุผ่าน $91.00 จะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหญ่อย่างเต็มตัว)
-
แนวรับสำคัญ: $87.50 และ $86.80 (จุดต่ำสุดของวันศุกร์ที่ผ่านมา)
-
คำแนะนำในการเทรด: เทรดเดอร์ของ THAIFRX.COM ควรเปลี่ยนหน้าเล่นมาเน้นฝั่ง ย่อซื้อ (Buy on Dips) เป็นหลัก โดยกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ใต้แนวรับ $87.50 และหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะ Sell สวนเทรนด์ในช่วงที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กำลังตึงเครียดรุนแรงเช่นนี้




