“สื่อรัฐบาลอิหร่านเผย ร่างข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน“
-
เงื่อนไขสำคัญในร่างสัญญา 14 ข้อ: สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านเปิดเผยรายละเอียดในร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระบุว่า อิหร่านมีข้อผูกมัดที่จะต้อง เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สัญจรได้ตามปกติภายใน 30 วัน ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ต้องยินยอม ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบ และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) แก่อิหร่านด้วยเช่นกัน
-
เงื่อนไขการปล่อยเงินกู้และกองทัพ: ในข้อตกลงระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ จะต้องยินยอมปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ จากทั้งหมด 24,000 ล้านดอลลาร์) ก่อนที่การเจรจาขั้นสุดท้ายจะเริ่มขึ้น นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรจะต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่รอบอิหร่าน และร่วมเสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจแก่อิหร่านมูลค่าอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะไม่มีการนำเรื่อง “โครงการขีปนาวุธ” ของอิหร่านมาบรรจุในวาระการเจรจา
-
ทรัมป์แย้มดีลใกล้จบ – เนทันยาฮูขานรับแบบมีเงื่อนไข: ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงในห้องทำงานรูปไข่ว่า สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงยุติสงครามครั้งใหญ่แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนเอกสารสุดท้าย ซึ่งเขาได้ต่อสายตรงพูดคุยกับ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลแล้ว โดยอิสราเอลแม้ไม่ได้ร่วมโต๊ะเจรจา แต่ระบุว่าชื่นชมความพยายามของทรัมป์ ตราบใดที่ข้อตกลงสุดท้ายมีการจำกัดศักยภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเข้มงวด
-
หุ้นพุ่ง-น้ำมันร่วงระนาว: ทันทีที่มีข่าวรายละเอียดร่างสัญญาหลุดออกมา ตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง (ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรปบวก 1.8% ตลาดหลักๆ บวกราว 2%) เนื่องจากตลาดคลายความกังวลวิกฤตพลังงาน เพราะช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือถึง 25% ของโลก ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบดิ่งเหวทันที โดยสัญญาซื้อขายล่วงน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ร่วงลง 1.61% และน้ำมันดิบ Brent ร่วงลง 1.75%
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ข่าวลึกชิ้นนี้ถอนเบี้ยความเสี่ยงสงคราม (War Premium) ออกจากตลาดชั่วคราวอย่างมีนัยสำคัญ:
-
จุดเปลี่ยนของอุปทานพลังงานโลก: ตลาดน้ำมันดิบที่เคยตึงตัวอย่างหนักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเผชิญหน้ากับสภาวะอุปทานส่วนเกิน (Supply Glut) ที่อาจกลับมาอย่างรวดเร็ว หากอุปสรรคการขนส่งหมดไปและน้ำมันของอิหร่านได้รับอนุมัติให้กลับมาซื้อขายในตลาดโลกได้อีกครั้ง นักลงทุนจึงรีบเทขายทำกำไรฝั่ง Buy ออกมาอย่างรุนแรง
-
ความหวังเศรษฐกิจโลกดันตลาดหุ้น (Risk-on): เมื่อความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันแพงที่จะนำไปสู่เงินเฟ้อรอบใหม่ลดลง ตลาดหุ้นจึงตอบรับเชิงบวกเพราะมองว่าธนาคารกลางต่างๆ อาจไม่จำเป็นต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานเกินไปนัก
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิคที่ต้องเฝ้าระวัง (ราคาน้ำมันดิบ WTI)
ความชัดเจนของร่างสัญญา 14 ข้อนี้ ส่งผลให้ WTI หลุดแนวรับสำคัญและจำเป็นต้องปรับแผนการเทรดดังนี้ครับ:
-
แนวรับ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
83.40 - 83.60 ดอลลาร์(โซนราคาต่ำสุดที่ลงไปทดสอบล่าสุดหลังข่าวออก หากหลุดจุดนี้จะเข้าสู่โซนหมีเต็มตัว) -
แนวรับที่ 2:
80.00 ดอลลาร์(แนวรับจิตวิทยาขนาดใหญ่ หากมีการจรดปากกาลงนามจริงในช่วงวันหยุด ราคาจะวิ่งลงมาหาเป้าหมายนี้ทันที)
-
-
แนวต้าน (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
85.00 ดอลลาร์(อดีตแนวรับแข็งแกร่งและเส้น 100-day SMA ที่หลุดลงมา ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญขวางการรีบาวด์) -
แนวต้านที่ 2:
86.50 ดอลลาร์(กรอบราคาเดิมช่วงก่อนที่จะมีข่าวลือการลงนาม)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“ข่าวจริงเริ่มปรากฏ โมเมนตัมฝั่ง Sell ครองตลาด – ย้ำห้ามถือสัญญาน้ำมันข้ามสัปดาห์!”:
หลังจากที่ช่วงเช้ามีแต่ข่าวลือและท่าทีแทงกั๊ก การที่สื่อฝั่งอิหร่านเปิดเผยเงื่อนไขเอกสาร 14 ข้อด้วยตัวเอง เป็นการยืนยันว่า “การเจรจามีอยู่จริงและคืบหน้าไปมาก” ส่งผลให้ภาพรวมของน้ำมันดิบ WTI ในวันนี้เข้าสู่แนวโน้มขาลงอย่างสมบูรณ์ กลยุทธ์คือ “Follow Sell” หรือรอราคาเด้งทดสอบใต้
$85.00แล้วเปิดสถานะ Sell โดยมีเป้าหมายทำกำไรสั้นๆ ก่อนตลาดปิดที่แถว$83.50🚨 ข้อควรระวังจาก THAIFRX: ข่าวระบุชัดเจนว่าทรัมป์คาดหวังให้มีการลงนาม “ภายในสุดสัปดาห์นี้ (Weekend)” ดังนั้นตลาดในวันจันทร์เปิดมามีโอกาสเกิด Gap ราคาที่โหดร้ายมาก ไม่ว่าดีลจะล่มหรือจบจริง “คืนนี้ต้องปิดทุกออเดอร์ ห้ามถือข้ามไปวันจันทร์เด็ดขาด” เพื่อรักษาทุนในพอร์ตครับ




