“แหล่งข่าวเผย ร่างบันทึกความเข้าใจสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน อาจมีการลงนามวันอาทิตย์นี้ที่เจนีวา“
-
ดีลประวัติศาสตร์อาจจบในวันอาทิตย์: แหล่งข่าวจากฝั่งตะวันตกเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า ข้อตกลงหยุดยิงและยุติสงครามในแถบอ่าวเปอร์เซียระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจมีการลงนามอย่างเป็นทางการอย่างเร็วที่สุดใน วันอาทิตย์นี้ (14 มิถุนายน 2026) โดยคาดว่าเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นสถานที่จัดพิธีลงนาม
-
เงื่อนไขที่อิหร่านยังคงดึง: แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาประกาศว่าดีลใกล้เสร็จสมบูรณ์และพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที แต่แหล่งข่าวระบุว่ารายละเอียดในตัวเอกสารยังคงอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขั้นสุดท้าย โดยฝั่งอิหร่านยังคงยึดมั่นในเงื่อนไขเดิมว่า “ข้อตกลงนี้ต้องครอบคลุมถึงการยุติการสู้รบในเลบานอนด้วย” (พื้นที่ซึ่งอิสราเอลกำลังทำสงครามกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ที่อิหร่านหนุนหลังอยู่) เพื่อให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงในภูมิภาค
-
สภาวะตลาดหน้างานจริงขัดแย้งกับกระแสข่าว: แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะประกาศหยุดยิงชั่วคราวและมีข่าวดีเรื่องการลงนามส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงและตลาดหุ้นพุ่งทะยาน (Risk-on) แต่ในความเป็นจริง การปะทะกันในพื้นที่ทางภูมิรัฐศาสตร์ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากลับยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความกังขาให้กับนักลงทุนบางส่วน
-
สรุปภาพรวมผู้เขียนข่าว: รายงานชิ้นนี้ร่วมรายงานโดยผู้สื่อข่าวสายความมั่นคงและตะวันออกกลางระดับโลกของ Reuters ได้แก่ Parisa Hafezi, Humeyra Pamuk และ John Irish ซึ่งเพิ่มน้ำหนักและความน่าเชื่อถือให้กับกระแสข่าวนี้อย่างมาก
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
กระแสข่าวชิ้นล่าสุดนี้เปรียบเสมือนการ “ตอกย้ำ” ว่าทำไมราคาน้ำมันดิบ WTI และราคาทองคำถึงโดนเทขายอย่างหนักในวันศุกร์นี้:
-
“เจนีวา” สถานที่นัดพบที่ชัดเจนขึ้น: การระบุชื่อเมืองเจนีวาและระบุวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่มเชื่อมั่นว่าดีลนี้ไม่ใช่แค่ราคาคุยของทรัมป์เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา แต่มีโครงสร้างการเจรจาที่เป็นรูปธรรมแล้ว ส่งผลให้แรงเก็งกำไรฝั่งขาขึ้นในสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-havens) ปลิวหายไปทันทีในเซสชันวันศุกร์
-
ปมเลบานอนคือตัวแปรดีลล่ม (The Wildcard): จุดที่น่ากังวลที่สุดในข่าวนี้คือเงื่อนไขเรื่อง “เลบานอน” เพราะหากอิหร่านบีบให้สหรัฐฯ ต้องสั่งให้อิสราเอลหยุดยิงในเลบานอนด้วย อาจจะโดนแรงต้านอย่างหนักจากทางรัฐบาลเนทันยาฮูของอิสราเอล หากประเด็นนี้ตกลงกันไม่ได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ ดีลที่เจนีวาก็พร้อมจะ “คว่ำ” ได้ในพริบตา
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิคที่ต้องเฝ้าระวัง (ราคาน้ำมันดิบ WTI)
จากความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาการลงนามในวันอาทิตย์นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI วิ่งอยู่ในกรอบล่างอย่างเปราเบาง:
-
แนวต้าน (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
85.00 ดอลลาร์(ด่านทางเทคนิคที่เป็นเส้นค่าเฉลี่ย 100-day SMA ตราบใดที่ตลาดยังไม่ปิดเหนือจุดนี้ในกราฟวัน ฝั่งหมี (Bearish) ยังคงคุมตลาดเบ็ดเสร็จ) -
แนวต้านที่ 2:
86.50 ดอลลาร์(โซนราคาก่อนที่ข่าวการลงนามในวันอาทิตย์จะหลุดออกมา)
-
-
แนวรับ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
83.40 ดอลลาร์(จุดต่ำสุดของวันศุกร์นี้ หากมีข่าวลบแทรกเข้ามาช่วงสั้นๆ จุดนี้จะทำหน้าที่รับแรก) -
แนวรับที่ 2:
80.00 ดอลลาร์(แนวรับทางจิตวิทยาขนาดใหญ่ หากวันอาทิตย์นี้มีการเซ็นสัญญาจริงที่เจนีวา เช้าวันจันทร์ราคาน้ำมันจะเปิดกระโดดลง (Gap down) มาทดสอบระดับนี้ทันที)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“ห้ามมีออเดอร์ค้างเด็ดขาด! เกมนี้จะจบและเฉลยผลในช่วงที่ตลาดปิดทำการ”: ข่าวนี้ระบุชัดเจนว่าพิธีลงนามอาจเกิดขึ้นใน “วันอาทิตย์” ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาด Forex และตลาดฟิวเจอร์สปิดทำการ (Market Close) นี่คือสภาวะที่อันตรายที่สุดสำหรับรายย่อย เพราะหากเกิดความผิดพลาดระหว่างเจรจา (เช่น อิสราเอลไม่ยอมรับเงื่อนไขเลบานอนจนดีลคว่ำ) หรือในทางกลับกันหากตกลงกันได้และลงนามสำเร็จ ราคาในเช้าวันจันทร์จะเปิดกระโดด (Gap) อย่างรุนแรงชนิดที่ระบบ Stop Loss (SL) ของคุณอาจจะกันพอร์ตระเบิดไม่ได้ (เกิดสภาวะ Slippage)
💡 คำแนะนำจาก THAIFRX: คืนวันศุกร์นี้ไม่ว่าคุณจะกำไรหรือขาดทุนอยู่ “จงปิดออเดอร์ทั้งหมดให้เป็นศูนย์ (Flat Position)” ไม่ว่าจะเป็นทองคำ (XAU/USD), น้ำมัน (WTI) หรือคู่เงินหลักที่ผูกกับดอลลาร์ การนอนหลับอย่างสบายใจในวันหยุดโดยไม่มีความเสี่ยง ข้ามไปรอช้อนซื้อหรือ Follow ตามน้ำตามความจริงที่ปรากฏในเช้าวันจันทร์ คือวิถีของนักเทรดมืออาชีพครับ!




