สถานการณ์ US Government Shutdown (การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ) กำลังเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างหนักในสัปดาห์นี้ครับ โดยมีเส้นตายสำคัญคือ เที่ยงคืนวันที่ 30 มกราคม 2026 (ตามเวลาสหรัฐฯ) หากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณที่เหลือได้ทัน หน่วยงานรัฐบางส่วนจะต้องหยุดการดำเนินงานทันที
สรุปข้อมูลสำคัญที่คุณควรระวังมีดังนี้ครับ:
1. สถานะปัจจุบัน: ความเสี่ยง “Partial Shutdown”
-
เส้นตาย: วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2026
-
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว: สภาผู้แทนราษฎร (House) ได้ผ่านร่างงบประมาณ 6 ฉบับสุดท้ายไปแล้วเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา แต่ วุฒิสภา (Senate) ยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่
-
จุดติดขัด: ประเด็นหลักอยู่ที่งบประมาณของ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) โดยเฉพาะงบของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) ซึ่ง ส.ว. ฝั่งเดโมแครตบางส่วนขู่จะบล็อกร่างกฎหมายนี้หากไม่มีการแก้ไขเนื้อหาบางประการ
2. ทำไมครั้งนี้ถึงน่ากังวล?
-
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย: ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งผ่านการ Shutdown ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (43 วัน) ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025 ดังนั้นหากเกิดซ้ำอีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง
-
อุปสรรคด้านเวลา: สภาพอากาศที่หนาวจัดในสหรัฐฯ ทำให้การประชุมสภาล่าช้าลง ทำให้เหลือเวลาทำงานจริงน้อยมากก่อนจะถึงเส้นตายวันศุกร์นี้
3. ผลกระทบหากเกิด Shutdown จริง
หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ หน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ใน 6 ฉบับแรกที่ผ่านไปก่อนหน้านี้จะได้รับผลกระทบ:
-
ความมั่นคงและการเดินทาง: หน่วยงาน DHS, TSA (ตรวจคนเข้าเมืองและคัดกรองสนามบิน) และหน่วยควบคุมการบิน (FAA) อาจต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง
-
ข้อมูลเศรษฐกิจ: รายงานตัวเลขสำคัญ เช่น การจ้างงาน (NFP) และ เงินเฟ้อ (CPI) อาจถูกเลื่อนการประกาศออกไป ซึ่งจะทำให้ตลาดการเงินขาดทิศทางและเกิดความผันผวนสูง
-
พนักงานรัฐ: พนักงานหลายแสนคนอาจถูกสั่งพักงาน (Furlough) โดยไม่ได้รับเงินเดือนชั่วคราว
4. ผลกระทบต่อตลาด (Market Impact)
ดอลลาร์สหรัฐ (USD): มักจะอ่อนค่าลงเนื่องจากความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการคลัง ทองคำ (Gold): มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) หุ้น: ตลาดมักจะผันผวนสูง (Volatility) และนักลงทุนอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือเงินสดหรือทองคำแทน





