ทรัมป์ยื่นคำขาด “อิหร่านต้องไม่มีวันมีนิวเคลียร์-ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดทันทีและห้ามเก็บค่าผ่านทาง” เพื่อแลกดีลหยุดยิง
“อิหร่านต้องยอมรับเงื่อนไขว่าพวกเขาจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดนิวเคลียร์เด็ดขาด และช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดใช้งานในทันที โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง (No Tolls) เพื่อให้การจราจรทางเรือเดินเรือเป็นไปอย่างเสรีและไร้ข้อจำกัดทั้งสองทิศทาง” — โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศจุดยืนและ “เส้นตาย” (Redlines) อย่างดุดันผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ก่อนที่จะเข้าประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาความมั่นคงในห้อง Situation Room ทำเนียบขาว เพื่อตัดสินใจขั้นเด็ดขาด (Final Determination) ว่าจะลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ขยายเวลาหยุดยิง 60 วันกับอิหร่านหรือไม่
นอกจากเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์และสิทธิการเดินเรือเสรีแล้ว ทรัมป์ยังระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าดำเนินการร่วมกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในการขุดค้นและทำลายคลังเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง (Highly Enriched Uranium) ของอิหร่าน พร้อมย้ำเสียงแข็งว่า “จะไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินหรือมาตรการผ่อนปรนคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป” ท่ามกลางกระแสตอบรับเชิงลบและท่าทีแข็งกร้าวจากฝั่งเตหะรานที่มองว่าเงื่อนไขนี้ยอมรับได้ยาก
📊 เจาะลึกตลาด (Market Insights) โดย THAIFRX.COM
ทวีตเดียวของทรัมป์สั่นสะเทือนทั้งกระดานน้ำมันดิบ WTI และตลาดการเงินโลก โดยมี 3 ประเด็นสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องจับตา:
1. ประเด็น “No Tolls” (ห้ามเก็บค่าผ่านทาง) จุดตายที่อาจทำดีลล่ม
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อิหร่านต้องการคงสิทธิในการควบคุมทางบริหารเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงความพยายามที่จะ “เรียกเก็บค่าธรรมเนียม/ค่าผ่านทาง (Tolls)” กับเรือสินค้าเพื่อชดเชยความเสียหายจากสงคราม แต่คำสั่ง “No Tolls” ของทรัมป์เป็นการปิดประตูตายในเรื่องนี้ทันที หากอิหร่านไม่ยอมถอย ตลาดที่เคยคาดหวังว่าสงครามจะสงบอาจจะพลิกกลับมาตึงเครียด (Risk-on) และราคาน้ำมันอาจดีดกลับขึ้นอย่างรุนแรง
2. ชะตากรรมของคลังยูเรเนียม 440 กิโลกรัม
ข้อมูลจาก IAEA ระบุว่าอิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงระดับ 60% อยู่เกือบ 441 กิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับระดับที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ (90%) การที่ทรัมป์สั่งให้ต้องส่งมอบหรือทำลายทิ้งทั้งหมด ทำให้นักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่าอิหร่านอาจมองเงื่อนไขนี้เป็นการ “บีบให้ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข” (Surrender) สอดคล้องกับที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านโพสต์ตอบโต้ทันควันว่า “เราไม่ได้ข้อตกลงจากการเจรจา แต่ได้มาด้วยขีปนาวุธ”
3. ยุทธวิธี “Maximum Pressure” กดดันราคาน้ำมันดิบชั่วคราว
ในฝั่งเศรษฐกิจ ทรัมป์พยายามแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายคุมเกมและได้รับชัยชนะ โดยระบุว่าเรือสินค้าที่เคยติดค้างอยู่สามารถเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านได้แล้ว ข่าวนี้กดดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลงมาซื้อขายแถว $92.50 และ WTI หลุดลงมาแตะแนวรับสำคัญแถว $86.50 – $87.00 อย่างไรก็ดี เนื่องจากฝั่งอิหร่านและกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังไม่ได้เซ็นรับรองอย่างเป็นทางการ ความผันผวน (Volatility) ในตลาดสัปดาห์หน้าจะสูงมาก
📝 บทสรุปแนวโน้มและกลยุทธ์การเทรดจาก THAIFRX.COM
“ทรัมป์โชว์ไฟเขียว แต่ฝั่งอิหร่านยังถือชนวนระเบิด ระวังตลาดสะบัดคัตหน้าสัปดาห์” แม้ว่ากระแสข่าวการหยุดยิงจะกดดันให้ราคาน้ำมัน WTI ย่อตัวลงต่อเนื่อง แต่คำแถลงที่แข็งกร้าวของทรัมป์และการปฏิเสธข้อตกลงชั่วคราวของฝั่งอิหร่าน บ่งชี้ว่า “ดีลนี้ยังไม่จบ 100%” และพร้อมจะพลิกผันได้ทุกเมื่อหากการประชุมใน Situation Room ออกมาเป็นลบ
กลยุทธ์การเทรด WTI สำหรับสัปดาห์ถัดไป:
-
โซนแนวรับยุทธศาสตร์ ($85.00 – $85.50): หากราคาไหลลงมาทดสอบโซนนี้ ให้จับตาดูแรงซื้อคืนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหากำลังการผลิตน้ำมันดิบต้นน้ำ (Upstream) ที่ยังชะลอตัวตามที่ ING ระบุ หากมีสัญญาณแท่งเทียนกลับตัว เป็นโอกาสสะสมสถานะ Buy ระยะกลาง
-
โซนแนวต้านควบคุม ($88.20 – $89.00): ตราบใดที่ยังไม่มีการลงนามเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นไปชนแนวต้านแต่ไม่ผ่าน สามารถใช้กลยุทธ์ เปิด Sell สั้นๆ โดยวาง Risk/Reward ให้คุ้มค่าและตั้ง Stop Loss เหนือ $89.50 เผื่อกรณีทรัมป์กลับลำทุบโต๊ะยกเลิกการเจรจา




