เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายแอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการการคลังของรัฐสภา (Treasury Committee) โดยเน้นย้ำถึงประเด็น “ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์” ที่ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงินของโลกและสหราชอาณาจักร ดังนี้ครับ:
1. ความเสี่ยงจาก “วิกฤตกรีนแลนด์” และสงครามการค้า
-
การเฝ้าระวังสูงสุด: เบลีย์ระบุว่า BoE กำลัง “ตื่นตัวอย่างมาก” (Very Alert) ต่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินที่เกิดจากข้อพิพาทเรื่องเกาะกรีนแลนด์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป
-
ผลกระทบจากภาษีศุลกากร: เขาชี้ว่าการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศที่คัดค้านแผนการซื้อเกาะกรีนแลนด์ (ซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักรด้วย) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความไม่แน่นอนพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาตลาดการเงินจะตอบสนองในลักษณะที่ “ค่อนข้างสงบ” (Muted) กว่าที่คาดไว้ก็ตาม
2. เสถียรภาพทางการเงินคือหัวใจของการเติบโต
-
Geopolitical is a Big Consideration: เบลีย์กล่าวว่า “ระดับของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารกลางต้องพิจารณา เพราะสิ่งนี้สามารถส่งผลกระทบต่อเนื่อง (Consequences) ต่อระบบการเงินได้”
-
ไม่ใช่แค่เรื่องการค้า: เขามองว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาสินทรัพย์ และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
3. การปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
-
ความเป็นอิสระของ Fed: ในฐานะประธานคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงินโลก (FSB) เบลีย์แสดงความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยระบุว่า “เนื่องจากดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลัก หากความเป็นอิสระของ Fed ถูกคุกคาม จะส่งผลกระทบวงกว้าง (Spillovers) มาถึงสหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
4. มุมมองต่อเศรษฐกิจโลก
-
แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่เบลีย์ตั้งข้อสังเกตว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีที่ผ่านมามีความเสถียรมากกว่าที่ BoE เคยประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าความสำเร็จในอดีตไม่ใช่เครื่องรับประกันอนาคต และโลกกำลังเผชิญกับ “ลมต้าน” (Headwinds) 4 ด้านสำคัญ ได้แก่:
-
ประชากรสูงวัย
-
วิกฤตสภาพภูมิอากาศ
-
ความต้องการงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้น
-
การชะลอตัวของผลผลิต (Productivity) จากเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่ส่งผลเต็มที่
-



