สถานการณ์ “ดีลกรีนแลนด์” และโครงการ “Golden Dome” ณ วันที่ 22 มกราคม 2569 มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
1. จุดเปลี่ยนจาก “การซื้อขาย” สู่ “ความร่วมมือด้านความมั่นคง”
เดิมทีประธานาธิบดีทรัมป์สร้างความตึงเครียดด้วยข้อเสนอ “ซื้อเกาะกรีนแลนด์” และขู่จะเก็บภาษีศุลกากรต่อชาติยุโรป แต่หลังจากความเคลื่อนไหวที่งาน Davos เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่าทีได้เปลี่ยนไปเป็น “กรอบข้อตกลง” (Framework Deal) ที่เน้นเรื่องความมั่นคงแทน ซึ่งทำให้รัฐบาลเดนมาร์กมีท่าทีผ่อนปรนขึ้น
2. Golden Dome คือหัวใจสำคัญ
-
คืออะไร: Golden Dome เป็นโครงการระบบป้องกันขีปนาวุธล้ำสมัยของสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ที่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) และขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก
-
ทำไมต้องกรีนแลนด์: ด้วยตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ในแถบอาร์กติก กรีนแลนด์จึงเป็นจุดติดตั้งเรดาร์และฐานยิงที่สำคัญที่สุด หากต้องการปกป้องอเมริกาเหนือจากภัยคุกคามที่ข้ามผ่านขั้วโลกเหนือ
3. ท่าทีของเดนมาร์ก: “ความมั่นคงคุยได้ แต่อธิปไตยไม่ได้มีไว้ขาย”
นายกรัฐมนตรี เมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก แสดงท่าทีเปิดกว้างเป็นครั้งแรกต่อการเจรจาเรื่องโครงการ Golden Dome:
-
เปิดกว้าง (Open): ยินดีหารือเรื่องการยกระดับความมั่นคงในแถบอาร์กติกภายใต้กรอบของ NATO และการอนุญาตให้สหรัฐฯ ติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ
-
จุดยืนเดิม (Red Line): ยังคงย้ำชัดว่ากรีนแลนด์ไม่ใช่สินค้า “อธิปไตยของดินแดนไม่ได้มีไว้ขาย” และจะไม่มีการลงนามในข้อตกลงที่ระบุถึงการเปลี่ยนมือความเป็นเจ้าของ
4. สิ่งที่แลกเปลี่ยนกัน (The Deal)
เพื่อแลกกับการที่เดนมาร์กยอมเปิดโต๊ะเจรจาเรื่อง Golden Dome ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตกลง:
-
ยกเลิกภาษี: ยกเลิกแผนการเก็บภาษีศุลกากร 10-25% ต่อเดนมาร์กและชาติพันธมิตรยุโรปที่เคยขู่ไว้
-
การลงทุน: สัญญาว่าจะมีการลงทุนมหาศาลในด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีในกรีนแลนด์
-
ทรัพยากรธรรมชาติ: การขอสิทธิในการสำรวจแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ร่วมกัน ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมไฮเทค
5. ความกังวลที่ยังหลงเหลือ
แม้เดนมาร์กจะเปิดรับการพูดคุย แต่รัฐบาลท้องถิ่นของ กรีนแลนด์ (Nuuk) ยังแสดงความกังวลว่าพวกเขาถูกกันออกจากการเจรจาในเบื้องต้น และย้ำว่าการตัดสินใจสุดท้ายเกี่ยวกับทรัพยากรและดินแดนต้องผ่านความเห็นชอบจากชาวกรีนแลนด์เท่านั้น





