ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียง $62.60 – $63.00 ต่อบาร์เรลครับ หลังจากที่มีการปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดในสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากความกังวลเรื่องการปะทะทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มคลี่คลายลง
สรุปปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมัน “ถือลบ” (Holds Losses) ในเช้าวันนี้มีดังนี้:
1. ผลจากการเจรจาที่โอมาน (Diplomatic Progress)
-
ความหวังทางการทูต: การเจรจาลับที่กรุงมัสกัตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ก.พ.) ถูกระบุว่าเป็น “จุดเริ่มต้นที่ดี” โดยทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะรักษาแนวทางการทูตต่อไป
-
ลดความเสี่ยง Supply Shock: ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวนี้ด้วยการถอด “ค่าพรีเมียมความเสี่ยง” (Risk Premium) ออกจากราคา เพราะโอกาสที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ลดน้อยลงในระยะสั้น
-
คำกล่าวของทรัมป์: ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปอย่าง “ดีมาก” และมีกำหนดจะคุยกันต่อในสัปดาห์นี้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
2. ปัจจัยกดดันจาก “การคว่ำบาตร” และ “ดอลลาร์”
แม้ความเสี่ยงสงครามจะลดลง แต่ราคาก็ไม่ได้ดีดกลับแรงเนื่องจาก:
-
สหรัฐฯ คว่ำบาตรเพิ่ม: ทันทีที่จบการเจรจา สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตร “กองเรือเงา” (Shadow Fleet) และบริษัทที่ช่วยอิหร่านขายน้ำมัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำนโยบาย Maximum Pressure ที่จะยังคงอยู่จนกว่าจะมีข้อตกลงที่ถาวร
-
ค่าเงินดอลลาร์ (USD): ดอลลาร์เริ่มมีการดีดตัวกลับ (Upside Correction) เล็กน้อย ทำให้ราคาน้ำมันซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
3. วิเคราะห์ทางเทคนิคและระดับที่ต้องจับตา
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| $64.00 – $64.67 | แนวต้านหลัก: หากราคายังไม่สามารถทะลุระดับนี้ขึ้นไปได้ แนวโน้มในระยะสั้นยังคงเป็นเชิงลบ (Bearish) |
| $63.10 | ระดับราคาปัจจุบันที่กำลังต่อสู้กันอยู่ |
| $62.60 – $62.65 | แนวรับสำคัญ (Asian Low): หากหลุดระดับนี้ ราคามีโอกาสไหลลงไปทดสอบระดับ $60.00 ได้อีกครั้ง |
4. สิ่งที่ตลาดจับตาดูต่อในสัปดาห์นี้
-
การเจรจารอบที่ 2: ผลการคุยกันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้จะเป็นตัวตัดสินว่าราคาน้ำมันจะกลับเป็นขาขึ้นหรือดิ่งลงต่อ
-
รายงานจาก OPEC+ และ IEA: ซึ่งจะมีการเปิดเผยข้อมูลคาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกในปี 2026 ในช่วงกลางสัปดาห์นี้
บทสรุป: ราคาน้ำมันดิบ WTI ในเช้าวันนี้อยู่ในโหมด “รอดูอาการ” (Wait and See) ครับ ความโล่งใจที่ไม่มีเสียงปืนดังขึ้นที่ตะวันออกกลางทำให้ราคาอ่อนตัวลง แต่ความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตรก็ยังเป็นตัวประคองไม่ให้ราคาดิ่งลงลึกกว่านี้ครับ





