spot_img
หน้าแรกKNOWLEDGEธนาคารกลาง (Central Bank)

ธนาคารกลาง (Central Bank)

ธนาคารกลาง (Central Bank) เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับสิทธิพิเศษในการควบคุมการผลิตและการแจกจ่ายเงินและเครดิตสำหรับประเทศหรือกลุ่มประเทศ ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ธนาคารกลางมักจะเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงิน และ กฎระเบียบของธนาคารสมาชิก

ธนาคารกลาง (Central Bank) เป็นสถาบันที่ไม่ใช่ตลาดหรือสถาบันที่ต่อต้านการแข่งขัน ธนาคารกลางจะเป็นของประเทศหรือกลุ่มประเทศนั้น ๆ แต่ธนาคารกลางหลายแห่งก็ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ และ มีอิสระทางการเมือง ถึงแม้ว่าธนาคารกลางบางแห่งไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐแต่ธนาคารกลางก็ได้รับการจัดตั้งขึ้นและคุ้มครองโดยกฎหมาย

 

 

คุณลักษณะที่สำคัญของธนาคารกลางซึ่งแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป คือ สถานะรับรองทางกฎหมายให้มีสิทธิพิเศษในการออกธนบัตร และ เงินสด ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปได้รับอนุญาตให้ออกเฉพาะเงินฝาก เงินกู้ เฉพาะประชาชน หรือ ธุรกิจ ในประเทศหรือกลุ่มประเทศนั้น ๆ

 

ประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับธนาคารกลาง

  • ธนาคารกลางคือสถาบันการเงินที่รับผิดชอบดูแลระบบการเงินและนโยบายของประเทศหรือกลุ่มประเทศ ควบคุมปริมาณเงิน และกำหนดอัตราดอกเบี้ย
  • ธนาคารกลางมีหน้าที่ประกาศใช้นโยบายการเงิน โดยการผ่อนคลาย หรือ กระชับปริมาณเงิน และ ความพร้อมของสินเชื่อ ธนาคารกลางพยายามรักษาเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ
  • ธนาคารกลางจะกำหนดข้อกำหนดสำหรับอุตสาหกรรมการธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เช่น ปริมาณเงินสดสำรองที่ธนาคารต้องรักษาไว้กับเงินฝากของตน
  • ธนาคารกลางสามารถเป็นผู้ให้กู้แหล่งสุดท้ายแก่สถาบันการเงินที่มีปัญหา และ หรือแม้กระทั่งรัฐบาล

 

บทบาทและหน้าที่ธนาคารกลาง

แม้ว่าความรับผิดชอบของธนาคารกลางจะกว้างขวางมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ หน้าที่ของธนาคารกลาง (และเหตุผลในการดำรงอยู่) มักจะแบ่งออกเป็น 3 ด้าน
  1. ประการแรก ธนาคารกลางควบคุมและจัดการปริมาณเงินของประเทศ: การออกสกุลเงินและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเงินให้กู้ยืมและพันธบัตร โดยปกติธนาคารกลางจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอการเติบโตและหลีกเลี่ยงอัตราเงินเฟ้อ แต่จะลดระดับอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ กิจกรรมทางอุตสาหกรรม และ การใช้จ่ายของผู้บริโภค ด้วยวิธีนี้ ธนาคารกลางจึงจัดการนโยบายการเงินเพื่อเป็นแนวทางเศรษฐกิจของประเทศ และ บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่แต่ละประเทศต้องการ เช่น การจ้างงานเต็มที่
  2. ประการที่สอง ธนาคารกลางจะควบคุมธนาคารสมาชิกหรือธนาคารพาณิชย์ ผ่าน ข้อกำหนดด้าน เงินทุนข้อกำหนดการสำรอง (ซึ่งกำหนดจำนวนธนาคารที่สามารถให้ยืมแก่ลูกค้า และ ปริมาณเงินสดที่ธนาคารพาณิชย์ต้องเก็บไว้ในมือ) และ การค้ำประกันเงินฝาก ตลอดจนเครื่องมืออื่น ๆ ธนาคารกลางยังให้สินเชื่อ และ บริการแก่ธนาคารพาณิชย์ของประเทศ หรือ รัฐบาลของประเทศ และ จัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ
  3. สุดท้าย ธนาคารกลางยังทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้ฉุกเฉินแก่ธนาคารพาณิชย์ที่ประสบปัญหา และ สถาบันอื่น ๆ และบางครั้งก็เป็นรัฐบาลด้วย การซื้อภาระหนี้ของรัฐบาล เช่น ธนาคารกลางอาจเสนอทางเลือกที่น่าสนใจทางการเมืองแทนการเก็บภาษีเมื่อรัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้

 

ตัวอย่างธนาคารกลาง เช่น Federal Reserve

ในสหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางคือ Federal Reserve System หรือที่เรียกว่า “เฟด” Federal Reserve Board (FRB) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลของ Fed สามารถส่งผลกระทบต่อปริมาณเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการสำรอง เมื่อข้อกำหนดขั้นต่ำลดลง ธนาคารสามารถให้กู้ยืมเงินได้มากขึ้น และปริมาณเงินของเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม การเพิ่มความต้องการสำรองจะลดปริมาณเงินลง
Federal Reserve ก่อตั้งขึ้นด้วยพระราชบัญญัติ Federal Reserve Act เมื่อ ปีพ. ศ. 2456

 

ธนาคารกลางคือ Federal Reserve System หรือที่เรียกว่า "เฟด"
ธนาคารกลางคือ Federal Reserve System หรือที่เรียกว่า “เฟด

 

เมื่อเฟดประกาศลดอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารจ่ายให้กับเงินกู้ระยะสั้นก็จะเพิ่มสภาพคล่องด้วย อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะทำให้เพิ่มปริมาณเงินซึ่งจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงสามารถกระตุ้นเงินเฟ้อได้ ดังนั้นเฟดจึงต้องระมัดระวังในการออกนโยบายทางการเงินแต่ละครั้ง และ เฟดสามารถดำเนินการเปิดตลาดเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลางได้ เฟดสามารถซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาลจากผู้ค้าหลักทรัพย์หรือธนาคารพานิชย์ ซึ่งจะส่งผ่านเงินสดเข้าไปในระบบผู้ค้าหลักทรัพย์หรือธนาคารพานิชย์ ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น บางครั้งเฟดก็สามารถขายหลักทรัพย์เพื่อย้ายเงินสดจากระบบเศรษฐกิจกลับมาที่เฟด
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS TODAY

Translate »