เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลงเกินคาดสู่ระดับ 2.4%
ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ประจำเดือนมกราคม 2026 ออกมา “ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์และทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ดังนี้:
1. ตัวเลขสำคัญที่ประกาศออกมา
-
CPI รายปี (YoY): ลดลงสู่ 2.4% (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.5% และลดลงจากเดือนธันวาคมที่ 2.7%)
-
CPI รายเดือน (MoM): เพิ่มขึ้น 0.2% (ต่ำกว่าเดือนก่อนที่ 0.3%)
-
Core CPI (เงินเฟ้อพื้นฐาน YoY): อยู่ที่ 2.5% (ตรงตามที่นักวิเคราะห์คาดไว้)
2. ปฏิกิริยาของตลาด (Market Reaction)
-
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY): ร่วงลงทันทีจากจุดสูงสุดของวัน มาทรงตัวอยู่ที่ระดับ 96.90
-
ความเคลื่อนไหวรายสัปดาห์: เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ เงินเยน (JPY) ที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงถึง -2.80% ในรอบสัปดาห์
บทวิเคราะห์เชิงลึก: ทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ?
นโยบายการเงินและการเมือง (The Fed & Trump)
-
โอกาสลดดอกเบี้ย: ตัวเลขที่ 2.4% เข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของ Fed มากขึ้น เพิ่มโอกาสที่ Fed จะพิจารณา “ลดอัตราดอกเบี้ย” ในเร็วๆ นี้
-
ปัจจัยทางการเมือง: ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันให้ Fed ลดดอกเบี้ย และได้เสนอชื่อ Kevin Warsh ให้เป็นประธาน Fed คนต่อไปแทน Jerome Powell ที่จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ หากเงินเฟ้อต่ำลงเรื่อยๆ จะช่วยให้การผลักดันการลดดอกเบี้ยทำได้ง่ายขึ้น
-
ตลาดแรงงาน: แม้ตัวเลขจ้างงาน (NFP) ล่าสุดจะออกมาแข็งแกร่งเกินคาด แต่ถ้าเงินเฟ้อเริ่มคุมอยู่ Fed ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นาน
วิเคราะห์คู่เงิน EUR/USD (โดย Valeria Bednarik)
ก่อนประกาศตัวเลข EUR/USD ทรงตัวอยู่ต่ำกว่าระดับ 1.1850 โดยมีมุมมองทางเทคนิคดังนี้:
-
แนวต้านสำคัญ: อยู่ที่บริเวณ 1.1900 หากผ่านไปได้มีโอกาสทดสอบ 1.1980 และอาจไปไกลถึงจุดสูงสุดในรอบหลายปีที่ 1.2082
-
แนวรับสำคัญ: อยู่ที่ช่วง 1.1800 – 1.1820 หากหลุดระดับนี้อาจร่วงลงไปถึง 1.1700
-
สรุป: ตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดนี้ เป็นผลบวกต่อ EUR/USD (ยูโรแข็งค่า ดอลลาร์อ่อนค่า) และส่งผลให้ผู้ซื้อ (Buyers) ยังคงได้เปรียบในตลาด




