เงินยูโรร่วงหลุด 1.1650 หลัง “ทรัมป์” ยังเงียบกริบ ไม่แสดงท่าทีต่อแผนขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน สหรัฐฯ-อิหร่าน
-
คู่เงิน EUR/USD อ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1.1635 ในช่วงต้นเซสชันยุโรปของวันศุกร์
-
สหรัฐฯ และอิหร่านขยับเข้าใกล้ข้อตกลงมากขึ้น แต่การลงนามอย่างเป็นทางการยังไม่เกิดขึ้น
-
กระแสคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจช่วยจำกัดกรอบขาลงของเงินยูโรเอาไว้ได้บ้าง
คู่เงิน EUR/USD สูญเสียโมเมนตัมฝั่งขาขึ้นและปรับตัวลดลงสู่บริเวณ 1.1635 ในช่วงชั่วโมงการซื้อขายของตลาดยุโรปเช้าวันศุกร์ โดยกระแสข่าวที่มีสัญญาณผสมผสานและความไม่แน่นอนรอบด้านเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่สร้างความผันผวนให้กับตลาด นอกจากนี้ เทรดเดอร์ยังเฝ้ารอจับตาตัวเลขประมาณการเงินเฟ้อเบื้องต้นของเยอรมนีที่จะประกาศในวันนี้ด้วย
ทำเนียบขาวได้ออกมาแอนุมัติและยืนยันข่าวแล้วว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงใน “บันทึกความเข้าใจ” (MoU) เพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจาอย่างเป็นทางการ ทว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้ลงนามอนุมัติขั้นสุดท้าย ขณะที่ เจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงในวันศุกร์นี้ว่า ทั้งสองประเทศยังคงมี “จุดขัดแย้ง” (Sticking points) อีกหลายประเด็นที่ต้องสะสาง ก่อนที่ข้อตกลงยุติสงครามฉบับสมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้
บรรดาเทรดเดอร์กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากมีสัญญาณของการทวีความรุนแรงรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มันจะเป็นปัจจัยลบที่กดดันเงินยูโร (EUR) ให้ทรุดตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในทางกลับกัน หากมีความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับดีลสันติภาพ ก็จะกลายเป็นแรงหนุนสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงสกุลเงินยูโรในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ถ้อยแถลงเชิงรุก (Hawkish) จากผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจช่วยพยุงเงินยูโรไว้ได้ โดย อิซาเบล ชนาเบล (Isabel Schnabel) กรรมการบริหารของ ECB ระบุว่า ธนาคารกลางควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ ต่อให้การเจรจาสันติภาพกับอิหร่านจะประสบความสำเร็จก็ตาม เนื่องจากสงครามครั้งนี้ลากยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้มาก และราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงได้ลุกลามเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้างแล้ว
ปัจจุบัน ตลาดการเงินได้ Priced-in หรือรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB (ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2%) ไปแล้วเต็มๆ 2 ครั้ง และให้น้ำหนักเกือบ 50% ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ภายในปีหน้า ขณะที่ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์จาก Reuters มองต่างอย่างระมัดระวังกว่า โดยคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง และตามด้วยการหั่นดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2027
📊 เจาะลึกตลาด (Market Insights) โดย THAIFRX.COM
ความเคลื่อนไหวของคู่เงิน EUR/USD ที่ทรุดตัวลงต่ำกว่า 1.1650 สะท้อนให้เห็นถึง “ความอึดอัด” ของตลาดภายใต้เงื่อนไขภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินที่ขัดแย้งกัน:
1. “Trump’s Silence” เดดล็อกทางจิตวิทยาที่หนุนดอลลาร์
แม้ว่าฝ่ายปฏิบัติการของทำเนียบขาวจะประกาศว่าทำข้อตกลง MoU 60 วันเสร็จแล้ว และทีมเจรจาของทั้งสองฝั่งก็เห็นพ้องตรงกัน แต่ตราบใดที่ไม่มีสัญญาณ “ไฟเขียว” หรือคำวิจารณ์ผ่านสื่อจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ตลาดก็ยังไม่กล้าวางใจ การที่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ออกมาเบรกกระแสว่า “ยังมีจุดขัดแย้งอีกเยอะ” ยิ่งทำให้นักลงทุนเลือกที่จะถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ส่งผลให้ EUR/USD ถูกกดดันในฐานะสินทรัพย์เสี่ยง
2. ยุทธศาสตร์ “ดันทุรังขึ้นดอกเบี้ย” ของ ECB (The Inflation Aftershock)
คำแถลงของ อิซาเบล ชนาเบล ถือเป็นจุดสำคัญมาก (Key Takeaway) เธอกำลังบอกตลาดว่า “ต่อให้สงครามจบ ดอกเบี้ยยุโรปก็ต้องขึ้น” เนื่องจากความเสียหายจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง (ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบในช่วงก่อนหน้า) ได้ฝังรากลึกเข้าสู่ระบบเงินเฟ้อพื้นฐานของฝั่งยุโรปไปเรียบร้อยแล้ว (Spillover Effect) ปัจจัยนี้นี่เองที่เป็น “เบาะรองนั่ง” (Cushion) ชั้นดีที่ทำให้เงินยูโรไม่ดิ่งเหวรุนแรงแบบกู่ไม่กลับ เพราะเทรดเดอร์รู้ว่าดอกเบี้ย EUR กำลังจะขยับขึ้นในเดือนมิถุนายนแน่นอน
📝 บทสรุปแนวโน้มจาก THAIFRX.COM (Trader’s Takeaway)
“ยูโรติดกับดักความเงียบของทรัมป์ กราฟเสียทรงระยะสั้น แต่มีแรงดึงเช็งจากดอกเบี้ย ECB” ภาพรวมของคู่เงิน EUR/USD ในวันศุกร์นี้เคลื่อนไหวในลักษณะ “ซึมลงชั่วคราว” (Softens) โดยหลุดระดับ 1.1650 ลงมาเคลื่อนไหวแถว 1.1635 ตัวแปรสำคัญที่จะปลดล็อกกราฟในวันนี้คือ “ทวีตหรือคำแถลงของทรัมป์” และตัวเลขเงินเฟ้อของเยอรมนี
กลยุทธ์การเทรดประจำวัน:
หน้า Sell (ได้เปรียบตามโมเมนตัมข่าว): หากทรัมป์ยังคงเงียบหรือออกมาปฏิเสธร่างข้อตกลง ราคา EUR/USD มีโอกาสไหลลงทดสอบแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1.1600 และ 1.1580 แนะนำหาจังหวะเปิดสถานะ Sell สั้นๆ เมื่อราคาเด้งขึ้นทดสอบแนวต้าน 1.1650 – 1.1660 (โดยตั้ง Stop Loss ไว้เหนือ 1.1685)
หน้า Buy (รอจังหวะสวนเมื่อมีสัญญาณชัด): สำหรับสายช้อนซื้อ ควรรอให้ราคาลงมาทดสอบแนวรับแข็งแกร่งบริเวณ 1.1600 หรือรอจนกว่าจะมีกระแสข่าวว่าทรัมป์ยอมลงนามอนุมัติแผนหยุดยิง 60 วัน หากข่าวนี้ประกาศออกมา ดอลลาร์จะถูกเทขายทันที และจะเป็นแรงส่งให้ EUR/USD พุ่งทะยานกลับขึ้นไปหาเป้าหมาย 1.1700 – 1.1720 ได้อย่างรวดเร็ว




