“ราคาทองคำอ่อนตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับ $4,200 ผลจากเฟดส่งสัญญาณสายเหยี่ยวและความไม่แน่นอนจากฝั่งอิหร่านช่วยหนุนดอลลาร์พุ่ง“
-
ราคาทองคำดิ่งหลุด $4,200 ทุบจุดต่ำสุดประจำสัปดาห์: สัญญาทองคำ (XAU/USD) เผชิญแรงเทขายติดต่อกันเป็นวันทำการที่ 3 ในวันศุกร์ โดยราคาทรุดลงต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่ $4,200 ต่อออนซ์ ในช่วงเซสชันเอเชีย เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (ยืนระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025) ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (Non-yielding asset)
-
เฟดภายใต้ผู้นำใหม่ “Kevin Warsh” ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้: แม้ว่าในการประชุม FOMC ครั้งแรกภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5% – 3.75% แต่รายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ระบุว่า กรรมการ 9 จาก 19 ท่านเห็นควรว่าอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 นี้ หากเงินเฟ้อยังคงลดลงช้า ยิ่งไปกว่านั้น ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh เน้นย้ำอย่างเข้มงวดเรื่อง “เสถียรภาพด้านราคา” บ่งชี้ว่าเฟดจะไม่รีบร้อนลดดอกเบี้ยแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงก็ตาม
-
ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนพุ่งสูงถึง 70%: จากข้อมูล CME FedWatch Tool นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเป็น 70% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Yield) ทรงตัวในระดับสูง คอยหนุนค่าเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง
-
ดีลสหรัฐฯ-อิหร่านส่อแววล่ม ดันดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเหนือทองคำ: ความหวังเรื่องข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มริบหรี่ลง หลังจากรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ (JD Vance) ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ ซ้ำร้ายเหตุการณ์ที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเลบานอน กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำลายข้อตกลงทั้งหมด ส่งผลให้สถานะ “สกุลเงินสำรองปลอดภัย” ของดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) แข็งแกร่งขึ้น และกลายเป็นสินทรัพย์ที่กดดันราคาทองคำโดยตรง
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ทีมงาน THAIFRX วิเคราะห์พฤติกรรมตลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้ไว้เป็น 2 ประเด็นหลัก:
-
ทำไมทองคำไม่วิ่งในฐานะ Safe-haven ทั้งที่มีสงครามในเลบานอน?: โดยปกติแล้ว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นบวกต่อทองคำ แต่ในสภาวะปัจจุบัน ความแข็งแกร่งของดอลลาร์ (Dollar Dominance) มีอิทธิพลเหนือกว่า เนื่องจากเฟดส่งสัญญาณกร้าวว่าจะขึ้นดอกเบี้ย (Hawkish Tilt) ในขณะที่ธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณคงหรือลดดอกเบี้ย เม็ดเงินในตลาดโลกจึงเลือกไหลเข้าซบ “ดอลลาร์สหรัฐฯ” ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก ยิ่งดอลลาร์แข็งค่า ทองคำยิ่งถูกกดดันในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์
-
ระวังภาวะสุญญากาศทางสภาพคล่อง (Juneteenth Holiday): เนื่องจากวันศุกร์นี้เป็นวันหยุดราชการของสหรัฐฯ เนื่องในวันเอกราชแห่งชาติจูนทีนธ์ (Juneteenth National Independence Day) ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จะปิดทำการ ทำให้สภาพคล่องในตลาด (Liquidity) ช่วงค่ำจะเบาบางกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงอย่างไร้ทิศทางหากมีข่าวคราวทางภูมิรัฐศาสตร์แทรกซ้อนเข้ามาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (XAU/USD)
ในทางเทคนิค กราฟราคาทองคำมีแนวโน้มเป็นขาลงอย่างชัดเจน (Bearish Bias) หลังจากสัปดาห์นี้มีความพยายามดีดตัวขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 100-day EMA แต่ปฏิเสธการผ่านตลอดทั้งสัปดาห์ ในขณะที่เครื่องมือ MACD ยังคงจมอยู่ในแดนลบ และ RSI อยู่ที่ระดับ 36 (ยังไม่เข้าเขต Overbought/Oversold ขาลงยังมีพื้นที่ให้วิ่งต่อ)
-
แนวต้าน (Resistance):
-
R1:
$4,230 - $4,250(โซน Gap ราคาและกรอบราคาเดิมที่เคยหลุดลงมา) -
R2:
$4,306(แนวต้านย่อยตามโครงสร้างราคาดั้งเดิม) -
R3:
$4,358(เส้นค่าเฉลี่ย 200-day EMA ถือเป็นกำแพงยักษ์ของฝั่งกระทิงในรอบนี้)
-
-
แนวรับ (Support):
-
S1:
$4,170(แนวรับย่อยระยะสั้นที่เป็นฐานสะสมราคาเดิม) -
S2:
$4,100(แนวรับจิตวิทยาถัดไป) -
S3:
$4,023 - $4,000(โซนแนวรับใหญ่ทางจิตวิทยาและ Liquidity Pool สำคัญ หากหลุดคราวนี้ทองคำจะเปลี่ยนโครงสร้างภาพใหญ่ทันที)
-
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ดอลลาร์ครองเมืองรับเฟดสายโหด ทองคำหลุดกรอบสำคัญ เน้นเด้ง Sell ปลอดภัยกว่า”: ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า ภาพรวมของทองคำในสัปดาห์นี้ปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันอย่างค่อนข้างแน่ชัด ปัจจัยหนุนฝั่งซื้อถูกทำลายด้วยถ้อยแถลงของประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh และทิศทางดอลลาร์สหรัฐที่เป็นขาขึ้นเต็มกำลัง แม้คืนนี้ตลาดสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวัน Juneteenth แต่ทิศทางหลักยังคงไหลลงตามโมเมนตัม (Momentum-driven)
💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรด:
กลยุทธ์หลัก (Follow the Trend / Bounce to Sell): ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ระดับ
$4,250ฝั่ง Sell/Short ได้เปรียบอย่างสมบูรณ์ หาจังหวะเปิดสถานะเมื่อราคาดีดตัวทดสอบโซน$4,220 - $4,240แล้วมีสัญญาณกลับตัว โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรแรกที่$4,170และเป้าหมายถัดไปที่$4,100โดยจำกัดความเสี่ยงด้วยการตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือระดับ$4,270




