“ราคาทองคำจะเริ่มฟื้นตัวได้หรือยัง?“
-
ภาพรวมรายสัปดาห์ยังคงบอบช้ำ: แม้ว่าในช่วงปลายสัปดาห์ทองคำจะพยายามฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น (Short-term rebound) แต่แรงดีดกลับดังกล่าวยังถือว่า “ไม่เพียงพอ” เมื่อเทียบกับแรงเทขายอย่างหนักหน่วงในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า โดยในรอบ 5 วันทำการที่ผ่านมา ราคาทองคำยังคงติดลบเกือบ -3.00%
-
แรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งเกิน 4%: ปัจจัยสำคัญที่กดดันทองคำคือ ตัวเลขเงินเฟ้อประจำปีของสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมที่พุ่งสูงเกินกว่า 4.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 และยังห่างไกลจากเป้าหมายของเฟด (Fed) ที่ 2.00% โดยอัตราเงินเฟ้อที่สูงนี้เป็นผลมาจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นจากปัญหาความขัดแย้ง และกำลังเริ่มลามไปยังภูมิภาคอื่น เช่น ยุโรป และแคนาดา
-
ตลาดเริ่มมองข้ามช็อต คาดเฟดอาจ ‘ขึ้นดอกเบี้ย’ ปลายปี: ด้วยเงินเฟ้อที่เหนียวแน่น ส่งผลให้ตลาดซื้อขายล่วงหน้า (CME FedWatch Tool) เริ่มปรับมุมมองนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยให้น้ำหนักความน่าจะเป็นสูงกว่า 40% ว่าเฟดอาจจำเป็นต้อง “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนมกราคม 2027 ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจต่อทองคำอย่างยิ่ง
-
บอนด์ยิลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังค้างสูงค้ำคอทองคำ: การฟื้นตัวสั้นๆ ของทองคำสอดคล้องกับการย่อตัวลงเล็กน้อยของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-year Treasury Yield) เนื่องจากสินทรัพย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกันอย่างหนาแน่นที่ระดับเกือบ -0.7 (Inverse Correlation) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบอนด์ยิลด์ยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 4.5% ซึ่งเป็นระดับที่สูงพอที่จะดึงดูดเม็ดเงินออกจากทองคำ (ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย)
-
วอลุ่มซื้อขายฟิวเจอร์สค่อนข้างเบาบาง: แม้ว่าในวันที่ 10-11 มิถุนายน วอลุ่มจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 220,000 สัญญาต่อวัน แต่ก็ยังคงต่ำกว่าช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่เคยทะลุ 300,000 สัญญา สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดยังคงเลือกที่จะ “ชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจน” (Wait-and-see) จากผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ในสัปดาห์หน้า
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่นักเทรด Forex ต้องระวังดังนี้:
-
ภาวะสุญญากาศทางอารมณ์ตลาด (Indecision Phase): ตอนนี้ทองคำกำลังวิ่งสู้กันระหว่าง 2 ปัจจัยขั้วตรงข้าม คือ ฝั่งหนึ่งได้อานิสงส์จากการคลายความกังวลเรื่องสงคราม (ความหวังดีลสหรัฐฯ-อิหร่านที่เจนีวาจะจบลงด้วยดี) แต่อีกฝั่งก็โดนความจริงเรื่องเงินเฟ้อฝั่งอุปทาน (Cost-push Inflation) และเพดานดอกเบี้ยของเฟดค้ำคอไว้ ทำให้โมเมนตัมของราคาเข้าสู่โหมด “เลือกทาง” หรือสร้างกรอบสะสมพลังที่ยังไม่มีทิศทางแน่ชัด
-
ความเสี่ยงจากบอนด์ยิลด์รีบาวด์: ตราบใดที่เฟดหรือธนาคารกลางหลักๆ ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน บอนด์ยิลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ จะพร้อมดีดกลับขึ้นไปเหนือ 4.5% ได้ทุกเมื่อ หากมีตัวเลขเศรษฐกิจหรือถ้อยแถลงของกรรมการเฟดออกมาในเชิงเหยี่ยว (Hawkish) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสกัดกั้นการฟื้นตัวของ XAU/USD ทันที
📈 มุมมองทางเทคนิคและระดับราคาสำคัญ (Technical Outlook)
ตามการวิเคราะห์ทางเทคนิค โครงสร้างหลักของทองคำยังคงถูกควบคุมโดย “เส้นแนวโน้มขาลงระยะยาว” (Long Bearish Trendline):
-
RSI & MACD ชี้ทิศทางชะลอตัว: ดัชนี RSI เริ่มมีลักษณะแบนราบ (Flatten) สะท้อนว่าแรงส่งฝั่งขาลงเริ่มลดความรุนแรงลง แต่ก็ยังไม่มีแรงซื้อที่มากพอจะเปลี่ยนแนวโน้ม ขณะที่เส้น Histogram ของ MACD แกว่งตัวใกล้ระดับ 0 บ่งชี้ถึงความสมดุลของแรงซื้อและแรงขายในระยะสั้น (ภาวะลังเลเลือกทาง)
-
แนวต้านสำคัญ (Key Resistance Levels):
-
แนวต้านระยะสั้น:
4,300 USD(โซนแนวต้านแนวนอนที่สอดคล้องกับเส้นระดับ Fibonacci Retracement 23.6% ซึ่งต้องผ่านด่านนี้ให้ได้ก่อนเพื่อรักษาภาพการรีบาวด์) -
แนวต้านสำคัญระดับเปลี่ยนเทรนด์:
4,450 USD(จุดเปลี่ยนแนวโน้มที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นจุดร่วมของเส้นแนวโน้มขาลงระยะยาวและเส้นค่าเฉลี่ย 200-period SMA หากราคาปิดเหนือระดับนี้ได้ จะเปิดโอกาสเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว)
-
-
แนวรับวิกฤต (Critical Support Level):
-
แนวรับจิตวิทยา:
4,000 USD(โซนราคาต่ำสุดเดิมและแนวรับทางจิตวิทยาที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้ หากราคาร่วงลงไปปิดใต้$4,000จะเป็นการเปิดฉากให้ฝั่ง Sell ถล่มราคาลงตามเทรนด์ใหญ่ต่อเนื่องทันที)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“ราคาทองคำยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โครงสร้างหลักยังเป็นขาลง – เน้นเทรดตามกรอบข้ามสัปดาห์”: ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า การดีดกลับขึ้นมาทรงตัวบริเวณ
$4,200ในช่วงปลายสัปดาห์เป็นเพียง “การพักตัวในกรอบขาลง” (Corrective Structure) ตลาดภาพรวมยังขาดแรงขับเคลื่อนฝั่งซื้อ (Buying Pressure) ที่แท้จริง เนื่องจากตลาดกำลังเผชิญกับปัจจัยพื้นฐานที่โหดร้ายอย่างคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปลายปี/ต้นปีหน้าตามตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งสูง💡 กลยุทธ์การเทรดสไตล์ THAIFRX: ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์นี้ แนะนำให้นักลงทุนเน้นการเก็งกำไรในกรอบ (Sideways) โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่
$4,300หากราคาวิ่งขึ้นไปทดสอบแล้วไม่สามารถทะลุผ่านได้ ควรมองหาจังหวะเปิดสถานะ Sell/Short โดยมีเป้าหมายทำกำไรกลับลงมาที่แนวรับ$4,150และ$4,000ตามลำดับ และพึงระลึกไว้เสมอว่าตราบใดที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ$4,450ได้ ฝั่ง Sell ยังคงได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์ระยะกลางครับ!



