WTI ทรงตัวในแดนบวก: แต่ทำไมดอลลาร์แคนาดา (CAD) ถึงยังดิ่งลง?
คู่เงิน USD/CAD ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven) พุ่งสูงขึ้น ซึ่งหักล้างปัจจัยบวกของค่าเงินดอลลาร์แคนาดาที่ควรจะได้รับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
-
WTI ขยับขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานที่กลับมาอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการ “โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง” (Self-defense strikes) ทางตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
-
CME FedWatch Tool เผยให้เห็นว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักถึง 41% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 bps (0.25%) ภายในสิ้นปีนี้
กราฟ USD/CAD ขยับบวกขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่มีการย่อตัวลงสั้นๆ ในวันก่อนหน้า โดยมีการซื้อขายกันอยู่ที่บริเวณ 1.3810 ในช่วงตลาดเอเชียวันอังคารนี้ โดยเงินดอลลาร์แคนาดา (CAD) ซึ่งเป็นสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Currency) กำลังเผชิญความยากลำบากในการแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) เนื่องภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Aversion) ที่พุ่งสูงขึ้นในตลาด ได้เข้ามาบดบังกระแสเชิงบวกจากราคาน้ำมันดิบ ทั้งที่ในความเป็นจริง แคนาดาถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก และภาคพลังงานถือเป็นกระดูกสันหลังชิ้นใหญ่ของเศรษฐกิจแคนาดา
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากร่วงติดต่อกัน 4 วัน โดยปรับตัวซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ $91.50 ต่อบาร์เรล ณ เวลาที่รายงาน ราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน หลังจากโฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังเข้าโจมตีเป้าหมายที่เป็นฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่านที่พยายามจะวางทุ่นระเบิด แม้กองทัพสหรัฐฯ จะย้ำว่าเป็นการปฏิบัติตามกรอบการรักษาความสงบในช่วงข้อตกลงหยุดยิง แต่ทางด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุว่า การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) นั้น “กำลังดำเนินไปด้วยดี”
นอกจากนี้ USD/CAD ยังคงรักษาฐานราคาไว้ได้จากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับแนวโน้มเชิง Hawkish (นโยบายตึงตัว) ของ Fed โดยเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่าตอนนี้นักลงทุนมองความเป็นไปได้เกือบ 41.0% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี และเทรดเดอร์ส่วนใหญ่กำลังรอคอยการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ เพื่อหาทิศทางที่ชัดเจนต่อไป
💡 Market Insights: เจาะลึกมุมมองตลาดโดย THAIFRX.COM
ตามปกติแล้ว “ราคาน้ำมันดิบพุ่ง = เงิน CAD แข็งค่า” เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจของแคนาดาผูกติดกับการส่งออกพลังงานสูงมาก (มักวิ่งสวนทางกับคู่เงิน USD/CAD) แต่ทำไมในสถานการณ์ปัจจุบัน ตัวเลขทางสถิตินี้ถึงใช้ไม่ได้ผล? สรุป 3 ปัจจัยหลักที่ทับซ้อนอยู่ได้ดังนี้ครับ:
1. โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) หนุนดอลลาร์เป็นราชา
เมื่อมีเสียงปืนและระเบิดเกิดขึ้นจากการที่สหรัฐฯ โจมตีในอิหร่าน ตลาดการเงินจะสลับเข้าสู่โหมดกลัวความเสี่ยงทันที ในภาวะแบบนี้ เงินทุนทั่วโลกจะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น CAD, AUD) แล้ววิ่งเข้าซบสินทรัพย์ปลอดภัยที่สภาพคล่องสูงสุดในโลกนั่นคือ USD (US Dollar) ความต้องการดอลลาร์สหรัฐที่เอ่อล้นจึงมีพลังมากกว่าแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ
2. นโยบายการเงินที่สวนทางกัน (Monetary Policy Divergence)
-
ฝั่งสหรัฐฯ (Fed): ตลาดเริ่มกลับมาหวาดระแวงว่า Fed อาจจะยังไม่จบวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น โดยมีโอกาสถึง 41% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อสยบเงินเฟ้อก่อนสิ้นปี 2026 หากตัวเลข PCE สัปดาห์นี้ออกมาสูงกว่าคาด
-
ฝั่งแคนาดา (BoC): ปัจจุบันธนาคารกลางแคนาดาคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.25% แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ล่าสุดจะขยับขึ้นมาที่ 2.8% จากผลกระทบของราคาน้ำมัน (Oil Shock) แต่ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ของแคนาดากลับชะลอตัวลงเหลือ 2.1% ประกอบกับตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอ (อัตราว่างงานดีดขึ้นไปแตะ 6.9%) ทำให้ BoC ไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตาม Fed แรงจูงใจในแง่ของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Yield Differential) จึงเทไปทางฝั่งสหรัฐฯ มากกว่า
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Trader’s Takeaway)
“ความกลัวภูมิรัฐศาสตร์ มีน้ำหนักมากกว่ามูลค่าของน้ำมันดิบ” สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดคู่เงิน USD/CAD ในช่วงนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองชั่วคราว การมองแค่ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างราคาน้ำมันดิบ WTI กับค่าเงิน CAD อาจทำให้หลงทางได้ เพราะปัจจุบัน USD/CAD กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย” และ “ส่วนต่างนโยบายการเงินระหว่าง Fed และ BoC” เป็นหลัก
กลยุทธ์การเทรด: ตราบใดที่ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ยังคงแข็งแกร่งจากกระแส Risk-off หน้า Buy ของ USD/CAD ยังคงได้เปรียบในระยะสั้น ให้ระมัดระวังแนวต้านสำคัญบริเวณ 1.3850 – 1.3880 และควรจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยของ Fed อย่างแท้จริง




