“คาดการณ์ราคา USD/JPY: แกว่งตัวรักษาระดับเหนือเส้น 9-day EMA ใกล้พื้นที่ 162.00”
คู่เงิน USD/JPY ฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกหลังจากปรับตัวลดลงสองวันติด โดยซื้อขายกันแถวระดับ 162.00 ในช่วงเซสชันเอเชียวันจันทร์ โครงสร้างราคาในระยะสั้นยังคงรักษาทิศทางขาขึ้น (Bullish Bias) เอาไว้ได้เนื่องจากราคายังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลางอย่าง 9-period และ 50-period EMA ได้อย่างเหนียวแน่น และมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดในรอบ 40 ปีที่ระดับ 162.84 อีกครั้ง
📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว:
-
โครงสร้างขาขึ้นใน Ascending Channel ยังทำงาน: การวิเคราะห์ทางเทคนิครายวันชี้ว่า USD/JPY ยังคงเคลื่อนไหวรักษารูปทรงอยู่ในกรอบแนวโน้มขาขึ้น (Ascending Channel Pattern) สะท้อนว่าฝั่งบูลส์ (Bulls) ยังได้เปรียบ
-
คลายความตึงตัวผ่านการพักฐาน (Healthy Consolidation): ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (14-day RSI) ปรับตัวลดลงมาอยู่แถวบริเวณกลางระดับ 50 (mid-50s) ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีทางเทคนิค เพราะเป็นการลดความร้อนแรงจากภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) โดยที่ยังไม่ได้ทำลายทิศทางแนวโน้มขาขึ้นภาพใหญ่
-
เป้าหมายทดสอบจุดสูงสุดเดิม: หากแรงซื้อยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด่านแรกที่ท้าทายคือจุดสูงสุดเดิมในรอบ 40 ปีที่ทำไว้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ณ ระดับ 162.84 และมีขอบบนของกรอบราคาที่ 164.00 เป็นเป้าหมายถัดไป
-
โซนแนวรับที่ต้องรักษา: ในทางกลับกัน แนวรับด่วนในระยะสั้นอยู่ที่เส้น 9-day EMA ณ ระดับ 161.98 โดยมีขอบล่างของกรอบขาขึ้นรอบนี้อยู่ที่ประมาณ 160.80 เป็นแนวรับสำคัญที่จะตัดสินว่าจะหลุดเทรนด์หรือไม่
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุน (Market Insights)
สภาวะตลาดของคู่เงิน USD/JPY ณ ขณะนี้ กำลังเผชิญหน้ากับแรงเหวี่ยงจากทั้งปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบาย центраธนาคาร (Central Banks) ที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง:
-
The Geopolitical & Energy Double-Whammy (ศึกฮอร์มุซบีบ JPY ทางอ้อม): แม้ข่าวความตึงเครียดทางทหารระดับ Gray Zone ที่สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มอิหร่านระลอกสองและข่าวการปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วงสุดสัปดาห์จะกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่สำหรับเงินเยน (JPY) รอบนี้ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะผลลัพธ์ของสงครามได้ดันราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ให้พุ่งพรวดทันทีมากกว่า 3% ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานและน้ำมันดิบเกือบ 100% จึงต้องเผชิญกับภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นและการไหลออกของเม็ดเงินเพื่อจ่ายค่าน้ำมัน ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงขัดแย้งกับสถิติมุมมองสินทรัพย์ปลอดภัยในอดีต
-
BoJ “Tiger in the Cage” vs. Hawkish Fed Bets: สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เตรียมที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับราว 1.00% ในการประชุมวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ แม้ว่าจะยังรักษาสัญญาณ (Guidance) เดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับเป็นกลางที่ 2% ในอนาคต แต่การเว้นระยะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในทันที ประกอบกับฝั่งสหรัฐฯ ที่ตลาดพากันเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์สูงถึง 90% (CME FedWatch Tool) ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้เนื่องจากเงินเฟ้อฝั่งพลังงานกลับมาพุ่ง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) ระหว่างสองประเทศยังคงกว้างมาก ยิ่งเปิดทางให้เกิดการเก็งกำไรในฝั่ง Buy (Long) USD/JPY เพิ่มขึ้น
-
The “Warsh Testimony” & CPI Catalyst: จุดเปลี่ยนสำคัญของสัปดาห์นี้จะขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) และตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในวันอังคาร หาก วอร์ช ส่งสัญญาณกร้าวพร้อมขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อสงคราม และตัวเลข CPI ออกมาสูงเกินคาด ดัชนีดอลลาร์ (DXY) จะพุ่งทะยานและดันให้ USD/JPY ทะลุผ่านจุดสูงสุดในรอบ 40 ปีที่ 162.84 มุ่งสู่ระดับ 164.00 ได้อย่างง่ายดาย
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (Key Technical Levels)
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance Zone):
-
162.84: แนวต้านแรก (จุดสูงสุดเดิมในรอบ 40 ปี) หากทะลุได้โมเมนตัมขาขึ้นจะติดสปีดทันที
-
164.00: แนวต้านขอบบนของกรอบราคาขาขึ้น (Upper Boundary of Ascending Channel)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support Zone):
-
161.98: แนวรับด่วนเส้นค่าเฉลี่ย 9-day EMA (จุดปะทะปัจจุบัน)
-
160.80: แนวรับขอบล่างของกรอบแนวโน้ม (Channel Lower Boundary)
-
160.58: แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 50-day EMA (จุดสกัดกั้นด่านสุดท้ายของเทรนด์ขาขึ้น)
-
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)
“ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า สถานการณ์เชิงโครงสร้างเทคนิคของคู่เงิน USD/JPY ยังคงอยู่ในสภาวะแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Healthy Bullish Trend) การพักฐานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาถือเป็นการล้างสถานะ Overbought เพื่อเตรียมตัวสะสมกำลังวิ่งรอบใหม่ ข่าวสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ดันราคาน้ำมันพุ่ง 3% ยิ่งกลายเป็นปัจจัยลบซ้ำเติมค่าเงินเยนในมิติดุลการค้าพลังงาน
กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ:
เน้นฝั่งย่อซื้อ (Buy on Dips) ได้เปรียบสูงสุด: แนะนำให้นักเทรดหาจังหวะเปิดสถานะ Buy เมื่อราคาปรับทดสอบตัวลงแถวโซนแนวรับเส้น 9-day EMA บริเวณ 161.90 – 162.00 หรือหากมีการย่อลึกในโซน 161.00 โดยตั้ง Stop Loss จำกัดความเสี่ยงไว้ที่ระดับต่ำกว่า 160.50
เป้าหมายการทำกำไร: แบ่งปิดทำกำไรระยะสั้นที่บริเวณจุดสูงสุดเดิม 162.70 – 162.80 และถือรันเทรนด์บางส่วนไปลุ้นทดสอบเป้าหมายใหญ่ถัดไปที่ระดับ 164.00 ตามกรอบคู่ขนานขาขึ้นครับ”**



