คู่เงิน USD/JPY ได้แข็งค่าขึ้นจนทะลุระดับ 156.00 ในช่วงเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีสาเหตุหลักมาจากความผันผวนทางการเมืองในญี่ปุ่นก่อนการเลือกตั้งทั่วไป และคำพูดของผู้นำประเทศที่ตลาดตีความว่า “หนุนเงินเยนอ่อน” ครับ
สรุปสถานการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีดังนี้:
1. ต้นเหตุจาก “Takaichi Effect”
-
คำปราศรัยของนายกฯ: นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ได้กล่าวสุนทรพจน์หาเสียงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “เงินเยนที่อ่อนค่าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการส่งออก” และช่วยให้บัญชีเงินตราต่างประเทศของรัฐบาลมีกำไรมหาศาล
-
ปฏิกิริยาตลาด: แม้รัฐมนตรีคลัง (Satsuki Katayama) จะรีบออกมาแก้ต่างว่านั่นเป็นเพียงการอธิบายตามทฤษฎี แต่ตลาดมองว่ารัฐบาลชุดนี้อาจ “ไม่รีบเข้าแทรกแซง” หรืออาจพอใจกับระดับเงินเยนที่อ่อนค่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายเยนทันที
2. ความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้ง (8 ก.พ. 2026)
-
นโยบายประชานิยม: พรรค LDP ของทาคาอิจิเสนอแผน “ระงับภาษีบริโภค (Consumption Tax)” สำหรับหมวดอาหาร ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าจะทำให้รายได้รัฐหายไปกว่า 5 ล้านล้านเยนต่อปี
-
วิกฤตความเชื่อมั่นคลัง: ความกังวลเรื่องวินัยการคลังทำให้บอนด์ยีลด์ (JGB) ระยะยาวพุ่งสูงขึ้น แต่เงินเยนกลับไม่แข็งค่าตาม (ปกติยีลด์พุ่งเยนจะแข็ง) เพราะนักลงทุนกลัวความเสี่ยงด้านฐานะการคลังของญี่ปุ่นมากกว่า ทำให้เกิดภาวะ “Sell Japan” ทั้งพันธบัตรและค่าเงิน
3. สรุปข้อมูลทางเทคนิค (USD/JPY)
| ระดับราคา | สถานะ/ความสำคัญ |
| 156.18 | ราคาปัจจุบัน (เช้าวันที่ 4 ก.พ.) |
| 156.50 | แนวต้านถัดไป (จุดสูงสุดเดิมของสัปดาห์) |
| 155.00 | แนวรับสำคัญทางจิตวิทยา |
| 159.00 – 160.00 | ระดับที่ตลาดคาดว่าทางการอาจเริ่ม “แทรกแซงจริง” |





