คู่เงิน GBP/USD ในวันนี้ (3 มีนาคม 2026) ยังคงทำผลงานได้ไม่ดีนัก (Underperform) โดยร่วงลงทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 11 สัปดาห์แถวระดับ 1.3340 ท่ามกลางกระแสการไหลเข้าของเงินทุนสู่ดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากภาวะสงครามครับ
ปัจจัยที่กดดันเงินปอนด์ (3 มีนาคม 2026)
-
Broad USD Strength: การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกร้าวจะตอบโต้อิหร่านอย่างรุนแรง ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทั่วกระดานในฐานะ Safe-haven เบอร์หนึ่ง ส่งผลให้สกุลเงินที่เป็นวัฏจักร (Cyclical currencies) อย่างปอนด์ถูกเทขาย
-
วิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อในอังกฤษ: ราคาก๊าซธรรมชาติในสหราชอาณาจักรพุ่งขึ้นกว่า 18% ในเช้านี้ (ต่อเนื่องจาก 40% เมื่อวาน) ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอังกฤษจะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงอีกครั้ง ซึ่งจะบีบให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงและกระทบต่อการเติบโตของ GDP
-
ความไม่แน่นอนของ BoE: ก่อนหน้านี้ตลาดคาดการณ์โอกาสถึง 80% ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19 มีนาคม แต่ความเสี่ยงจากราคาพลังงานทำให้ความเชื่อมั่นนี้ลดลงเหลือเพียง 50% ทำให้ค่าเงินปอนด์ขาดทิศทางที่ชัดเจนจากปัจจัยพื้นฐาน
ระดับราคา GBP/USD ที่ต้องจับตา
| ระดับราคา | ความสำคัญ | มุมมองทางเทคนิค |
| 1.3425 | แนวต้าน (200-day EMA) | จุดเปลี่ยนสำคัญที่ปอนด์ต้องกลับไปยืนให้ได้เพื่อลดแรงกดดันขาลง |
| 1.3342 | ราคาปัจจุบัน | เคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดของวันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ |
| 1.3250 – 1.3300 | แนวรับหลัก | โซนแนวรับที่หากหลุดลงไป อาจเห็นการไหลลงยาวไปถึง 1.3150 |
เหตุการณ์สำคัญในวันนี้
นอกจากข่าวสงครามแล้ว ตลาดกำลังรอดู Spring Forecast จากรัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซอาจทำให้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจและเป้าหมายเงินเฟ้อของรัฐบาลสั่นคลอนได้
สรุป: เงินปอนด์กำลังเผชิญกับ “มรสุม 2 ด้าน” คือดอลลาร์ที่แข็งค่าจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตราคาพลังงานภายในประเทศที่จ่อซ้ำเติมเศรษฐกิจอังกฤษครับ





