วันที่ 5 พฤษภาคม 2026
คู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวอย่างจำกัดบริเวณ 1.1690 ในเซสชั่นเอเชียวันอังคาร หลังจากร่วงลงต่อเนื่องสองวันจนหลุดระดับสำคัญที่ 1.1700 โดยค่าเงินยูโรถูกกดดันจากสงครามการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ ขณะที่ดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่งจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ข้อมูลเชิงลึกจากตลาด (Market Insights)
-
ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีรถยนต์ EU เป็น 25%: ยูโรเผชิญแรงเทขายอย่างหนักหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ปรับเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรปจาก 15% เป็น 25% โดยอ้างว่า EU ละเมิดข้อตกลงการค้าเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นวงจรลบต่ออุตสาหกรรมหลักของยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี
-
ภาวะ Stagflation ในยุโรป: รายงานจากนักเศรษฐศาสตร์ (SPF) ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อยูโรโซนปี 2026 สู่ 2.7% (จากเดิม 1.8%) และหั่นคาดการณ์ GDP ลงเหลือเพียง 1.0% เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงจากสงครามในอิหร่านเริ่มกัดกินกำลังซื้อของผู้บริโภค
-
ความหวังจาก ECB: แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่เจ้าหน้าที่ ECB หลายท่าน (เช่น Peter Kazimir) ยังคงยืนยันท่าทีแข็งกร้าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนเป็นเรื่องที่ “แทบจะแน่นอน” เพื่อสกัดเงินเฟ้อนำเข้า ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวที่ช่วยพยุงไม่ให้ EUR/USD ร่วงลงลึกกว่านี้
-
ดอลลาร์ในฐานะ Safe-haven: ความตึงเครียดหลังอิหร่านถล่ม UAE และปฏิบัติการ “Project Freedom” ในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนยังคงถือครองดอลลาร์เพื่อความปลอดภัย รวมถึงการที่กรรมการเฟดอย่าง Neel Kashkari ยังคงเปิดช่องสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยต่อหากเงินเฟ้อจากพลังงานคุมไม่อยู่
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
แนวรับที่ต้องจับตา: ราคากำลังทดสอบเส้น EMA 50 วัน ที่ 1.1682 ซึ่งเป็นจุดบรรจบกับขอบล่างของช่องทางขาขึ้น (Ascending Channel) หากหลุดแนวนี้อาจเปิดประตูไปสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนที่ 1.1411
-
แนวต้านระยะสั้น: อยู่ที่เส้น EMA 9 วัน บริเวณ 1.1706 หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้อีกครั้ง จึงจะมีโอกาสกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 1.1849
-
ดัชนี RSI: อยู่ที่ระดับ 50 สะท้อนถึงโมเมนตัมที่เป็นกลาง (Neutral) และอยู่ในช่วงเลือกทาง (Consolidation)





