วันที่ 5 พฤษภาคม 2026
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวบริเวณ $101.80 ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันอังคาร หลังจากตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานในระยะสั้น เมื่อกองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นลำแรกภายใต้ปฏิบัติการใหม่
ข้อมูลเชิงลึกจากตลาด (Market Insights)
-
ความสำเร็จก้าวแรกของ “Project Freedom”: บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Maersk ยืนยันว่าเรือ Alliance Fairfax (เรือขนส่งยานพาหนะติดธงสหรัฐฯ) สามารถเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จโดยมีการคุ้มกันจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ข่าวนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกในตลาดน้ำมันที่เกรงว่าช่องแคบจะถูกปิดตายโดยสมบูรณ์
-
ทางผ่านที่จำกัด (Limited Safe Passage): นักวิเคราะห์จาก KCM Trade มองว่าแม้การผ่านทางครั้งนี้จะเป็นสัญญาณบวก แต่ยังถือเป็นเหตุการณ์เฉพาะกิจ (One-off event) มากกว่าการเปิดเส้นทางเดินเรือตามปกติ ความเสี่ยงยังคงสูงมากตราบใดที่ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงที่ถาวร
-
การตอบโต้ของอิหร่านยังคงดุเดือด: ความพยายามเปิดช่องแคบของสหรัฐฯ แลกมาด้วยการปะทะรุนแรง โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่ม UAE และสหรัฐฯ ประกาศทำลายเรือรบเล็กของอิหร่านหลายลำในช่องแคบฯ คำขู่ของทรัมป์ที่ว่าจะ “ลบอิหร่านออกจากแผนที่โลก” ยิ่งทำให้ความเสี่ยงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ร่วงลงไปต่ำกว่า $100 ได้ง่ายๆ
-
วาทกรรมทางการเมือง: รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังคงยืนยันว่าไม่มีทางออกทางการทหารสำหรับวิกฤตครั้งนี้ และขนานนามปฏิบัติการของสหรัฐฯ ว่าเป็น “Project Deadlock” หรือโครงการทางตัน ซึ่งสะท้อนว่าอิหร่านพร้อมจะขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบฯ ต่อไปในระยะยาว
บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ราคาน้ำมัน WTI ในขณะนี้อยู่ในช่วง “รอความชัดเจน” แม้การเดินเรือลำแรกจะผ่านไปได้ แต่หากมีการโจมตีเรือคุ้มกันของสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริง ราคาจะดีดตัวกลับไปเหนือ $110 ทันที กลยุทธ์แนะนำให้ติดตามความต่อเนื่องของจำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบได้ หากเริ่มมีเรือผ่านได้มากขึ้น ราคาน้ำมันอาจย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ $98.00
แนวรับสำคัญ: $100.00 / $97.50 แนวต้านสำคัญ: $103.50 / $105.00





