ราคาทองคำทรงตัวหลังร่วงทำจุดต่ำสุดในรอบ 9 สัปดาห์ ขณะที่ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหนุนคาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ย
-
ราคาทองคำทรงตัวในวันพฤหัสบดี หลังจากร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมในรอบการซื้อขายก่อนหน้า
-
ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังคงกดดันให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูง และเสริมคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
ราคาทองคำ (XAU/USD) ปรับตัวขึ้น 0.6% สู่ระดับ $4,133.60 ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ขยับขึ้น 0.4% อยู่ที่ $4,157.45 ส่วนราคาแร่เงิน (XAG/USD) ปรับขึ้น 0.4% สู่ระดับ $60.05 และพลาตินัม (XPT/USD) พุ่งขึ้น 2.07% สู่ระดับ $1,667.82 โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 102.24
ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซดันความเสี่ยงพลังงานและเงินเฟ้อพุ่งสูง
เตหะรานเพิ่มการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ขณะที่ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายในอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
แม้การส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง แต่ความเสี่ยงรอบเส้นทางขนส่งน้ำมันได้ดันค่าเรือขนส่งพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ พายุทอร์นาโดในอ่าวเม็กซิโกยังเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานพลังงาน ส่งผลให้การผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกลดลงถึง 25%
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อมากว่า 7 เดือน ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงราว 20% นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อและนำไปสู่นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
รายงานประชุม Fed ย้ำน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
แรงกดดันระลอกใหม่ต่อทองคำเกิดจากรายงานการประชุมของ Fed (FOMC Minutes) ล่าสุด ซึ่งระบุว่าผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่เห็นว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปีนี้ มีความเหมาะสม ปัจจุบันตลาดสะท้อนโอกาสราว 20% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ให้น้ำหนักสูงถึง 80% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yields) ที่สูงขึ้นและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าใกล้นิวไฮของปี ทำให้ความต้องการลงทุนในทองคำลดลง อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกกลายเป็นเบาะรองรับสำคัญ โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้เพิ่มการถือครองทองคำสำรองอีก 740,000 ออนซ์ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการเดินหน้าสะสมทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 23
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
-
อุปสงค์จากธนาคารกลาง (Central Bank Buying) เป็นเบาะรองรับด่านสุดท้าย:
แม้ปัจจัยมหภาคอย่าง Bond Yields และดอลลาร์ที่แข็งค่าจะกดดันฝั่ง Retail และนักลงทุนสถาบันให้เทขายทองคำ แต่การที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) และธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำสำรองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ได้กลายเป็นแรงพยุงหลัก (Floor Price) ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ราคาทองคำทิ้งตัวหลุดโซนแนวรับสำคัญอย่างรุนแรง
-
ความเสี่ยง stagflation จากวิกฤตพลังงาน:
สถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และการปิดกำลังการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ทำให้ราคาน้ำมันและค่าขนส่งเรือพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยนี้ทำให้เงินเฟ้อค้างสูงยาวนาน (Sticky Inflation) ซึ่งบีบให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยระดับสูง หรือขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มในเดือนธันวาคม (Probability 80%) กลายเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำ
-
การเปลี่ยนผ่านแรงหนุน Safe-Haven:
ในรอบนี้ ตลาดตอบรับความเสี่ยง (Geopolitical Risk) ด้วยการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) และสินทรัพย์พลังงานมากกว่าทองคำ ส่งผลให้ทองคำสูญเสียเปรียบในฐานะสินทรัพย์หลบภัยชั่วคราว
แนวรับ – แนวต้าน ราคาทองคำ (Spot Gold / XAUUSD)
อ้างอิงระดับราคาซื้อขายปัจจุบันบริเวณ $4,120 – $4,135/ออนซ์
| กรอบการลงทุน | ระดับราคา (USD/oz) | ความหมายเชิงเทคนิค |
| แนวต้าน 2 (Resistance 2) | $4,200.00 – $4,227.00 | แนวต้านจิตวิทยาสำคัญ / จุดสูงสุดของสัปดาห์ |
| แนวต้าน 1 (Resistance 1) | $4,150.00 – $4,157.00 | โซนแนวต้าน H4 และ High ของสัญญาล่วงหน้า |
| แนวรับ 1 (Support 1) | $4,100.00 | แนวรับจิตวิทยาแรกทางเทคนิค |
| แนวรับ 2 (Support 2) | $4,000.00 – $4,082.00 | โซน High-Volume Node (HVN) และฐานแนวรับหลักทางจิตวิทยา |
บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ราคาทองคำ (XAU/USD) พยายามสร้างฐานทรงตัวบริเวณ $4,133/ออนซ์ หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 สัปดาห์ แม้ราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและการเข้าซื้อทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางจีน (PBOC)
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมหลักยังคงถูกกดดันอย่างหนักจากความเสี่ยงเงินเฟ้อฝั่งพลังงาน ซึ่งผลักดันให้ตลาดคาดการณ์โอกาสสูงถึง 80% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม รวมถึงแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและเงินดอลลาร์ที่ทรงตัวในระดับสูง
ในทางเทคนิค หากราคาทองคำยังไม่สามารถกลับยืนเหนือ $4,150 – $4,200 ได้อย่างมั่นคง กรอบการย่อตัวยังคงเปิดกว้างไปสู่การทดสอบแนวรับจิตวิทยาถัดไปที่ $4,100 และ $4,000 แนะนำให้นักเทรดเก็งกำไรในกรอบแคบด้วยความระมัดระวัง และติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด



