spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXอิหร่านอ้างถล่มเป้าหมายทหารสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะทำพิธีฝังศพผู้นำ 'คาเมเนอี

อิหร่านอ้างถล่มเป้าหมายทหารสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะทำพิธีฝังศพผู้นำ ‘คาเมเนอี

“อิหร่านอ้างถล่มเป้าหมายทหารสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะทำพิธีฝังศพผู้นำ ‘คาเมเนอี'” กองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบถล่มจังหวัดชายฝั่งทางตอนใต้และตะวันออกของอิหร่าน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมา 3 สัปดาห์พังทลายลงโดยสิ้นเชิง

📌 ประเด็นสำคัญจากรายงานข่าว (สำนักข่าว Reuters):

  • การปะทะระลอกใหม่พังข้อตกลงหยุดยิง: ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เป็นความหวังของโลกได้สิ้นสุดลง หลังจากการโจมตีตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น

  • เป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน: ทางการอิหร่านระบุว่าได้พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพและที่ตั้งของสหรัฐฯ ในประเทศคูเวต กาตาร์ และบาห์เรน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักของทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ

  • ความสูญเสียและการโจมตีใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์: สหรัฐฯ ได้สวนกลับด้วยการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่าน 14 ราย และบาดเจ็บ 78 ราย นอกจากนี้สำนักข่าวท้องถิ่นอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายจุดทางตอนใต้ รวมถึงเมืองบูเชียร์ (Bushehr) ซึ่งกองทัพอิหร่านระบุว่าขีปนาวุธของสหรัฐฯ ได้ตกบริเวณรอบนอกใกล้กับเขตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศ

  • พิธีฝังศพผู้นำสูงสุด: เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่อิหร่านจัดพิธีฝังศพของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ช่วงเริ่มต้นสงคราม

 

🔍 ข้อมูลเพิ่มเติมและผลกระทบต่อตลาดการเงิน (Market Insights)

สถานการณ์ที่พลิกผันจากความหวังในการเจรจา (ที่กาตาร์พยายามช่วยไกล่เกลี่ยเมื่อวันก่อน) กลายมาเป็นการปะทะโดยตรง ย่อมส่งผลกระทบแบบโดมิโนต่อตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก ดังนี้:

  1. 🛢️ Oil Shock รอบใหม่และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ: การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มเป้าหมายในคูเวต กาตาร์ และบาห์เรน ซึ่งอยู่รายล้อมอ่าวเปอร์เซีย หมายความว่าพื้นที่การขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกอย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)” ได้เข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันดิบ (WTI / Brent) มีโอกาสพุ่งทะยานสร้าง Gap กระโดดขึ้นอย่างรุนแรงจากการขาดแคลนอุปทาน (Supply Disruption)

  2. 👑 Safe-Haven Rush (ทองคำและดอลลาร์พุ่งทะยาน): ข่าวการโจมตีใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในบูเชียร์ ถือเป็น “ขีดอันตรายสูงสุด” ในเชิงจิตวิทยา ตลาดจะเข้าสู่สภาวะตื่นตระหนกและหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง (Extreme Risk-off)

    • XAU/USD (ทองคำ): จะได้รับแรงซื้อมหาศาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยสูงสุด คาดว่าจะดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง

    • USD: เงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ (ยกเว้นเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันและทองคำ) เนื่องจากความต้องการถือครองเงินสดปลอดภัย

  3. 📉 สินทรัพย์เสี่ยงรับแรงกระแทก: ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงดัชนีฟิวเจอร์สฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป มีแนวโน้มเปิดตลาดดิ่งลงรุนแรง (Gap Down) จากความกังวลว่าความขัดแย้งจะลุกลามกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคในวงกว้าง

 

📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM (Conclusion)

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ข้ามผ่านจุดพลิกผันที่อันตรายที่สุดอีกครั้ง หลังจากความหวังในการหยุดยิงพังทลายลงจากการปะทะโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเฉพาะการขยายวงโจมตีไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต กาตาร์ บาห์เรน และการทิ้งระเบิดใกล้เขตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชียร์ ทาง THAIFRX.COM ขอเตือนนักเทรดทุกท่านว่าตลาดการเงินในช่วงปลายสัปดาห์นี้จะมีความผันผวนสูงมาก (Extreme Volatility) กลยุทธ์การเทรดทางเทคนิคอาจถูกทำลายได้ง่าย ๆ ด้วย Headline Risk หรือข่าวด่วนที่ออกมาตลอดเวลา แนะนำให้ ‘ลดขนาดพอร์ต (Position Sizing)’ และหลีกเลี่ยงการถือสถานะที่สวนทางกับสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับผู้เทรดทองคำ (XAU/USD) และน้ำมัน ฝั่ง Buy ยังคงได้เปรียบจากปัจจัยพื้นฐานทางภูมิรัฐศาสตร์นี้อย่างมหาศาลครับ”

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX