อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นชะลอตัวลงอย่างชัดเจนในเดือนธันวาคม 2025 แต่ราคาข้าวยังคงเป็นปัญหาใหญ่ทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง
ตัวเลขเงินเฟ้อหลัก
- Headline CPI (อัตราเงินเฟ้อรวมทั้งหมด): 2.1% YoY (เทียบกับปีก่อน) ลดลงจาก 2.9% ในเดือนพฤศจิกายน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 และเป็นเดือนที่ 45 ติดต่อกันที่สูงกว่าเป้า 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
- Core CPI (ไม่รวมอาหารสด): 2.4% YoY ลดลงจาก 3.0% ในเดือนก่อน ต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 ตรงตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
- Core-core CPI (ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน): 2.9% YoY ลดลงเล็กน้อยจาก 3.0%
- เงินเฟ้ออาหาร: 5.1% YoY ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน
- เงินเฟ้อราคาข้าวโดยเฉพาะ: 34.4% YoY ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 แต่ราคาข้าวยังสูงใกล้ระดับบันทึก (ถุง 5 กก. เฉลี่ย 4,267 เยน เมื่อต้นเดือนมกราคม 2026)
สาเหตุที่เงินเฟ้อชะลอตัว
- ผลจาก base effect (เปรียบเทียบกับปีก่อนที่ราคาพลังงานสูงจากสิ้นสุดเงินอุดหนุนรัฐ)
- ราคานำเข้าชะลอตัว เพราะเงินเยนแข็งค่าขึ้นในปี 2025
- ราคาพลังงานและสินค้าบางอย่างลดลง
เรื่องราคาข้าวและบริบททางการเมือง
ราคาข้าวพุ่งสูงตลอดปี 2025 จากปัญหาข้าวขาดแคลน (shortage) ทำให้เงินเฟ้อข้าวเคยสูงสุดในรอบกว่า 50 ปีในเดือนพฤษภาคม 2025 รัฐบาลเคยปล่อยข้าวสำรองและออกมาตรการอุดหนุน แต่ราคายังสูงมาก ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน
ตอนนี้ใกล้การเลือกตั้งสภาล่าง (Lower House) แบบ snap election ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 นายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ให้ความสำคัญกับปัญหานี้มาก เธอประกาศมาตรการลดภาษีอาหาร 8% ชั่วคราว 2 ปี และเคยออกแพกเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลรวมเงินช่วยเหลือประชาชน ปัญหาข้าวเคยทำให้รัฐมนตรีเกษตรและอดีตนายกฯ คนก่อนเสียตำแหน่งมาแล้ว
ผลกระทบต่อนโยบาย BOJ
BOJ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% ในการประชุมล่าสุด และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปีงบประมาณ 2026 เล็กน้อยเป็น 1.9% นักวิเคราะห์บางคน (เช่น จาก Capital Economics) มองว่าเงินเฟ้อจากสินค้ายังสูง อาจทำให้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเร็วสุดเดือนเมษายน 2026 เพื่อควบคุมไม่ให้เงินเฟ้อติดหนึบเกินเป้า




