สหรัฐฯ และอิหร่านปิดฉากการเจรจานิวเคลียร์ ‘ครั้งที่เข้มข้นที่สุด’ โดยยังไม่มีข้อตกลง — เตรียมเจรจาต่อสัปดาห์หน้า
การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านรอบล่าสุดที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม แต่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะขยายเวลาการเจรจาออกไป โดยซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่านี่คือการพูดคุยที่ “เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา”
ประเด็นสำคัญจากการเจรจา:
-
ความคืบหน้า: แม้จะยังไม่มีข้อตกลง แต่มีการทำรายละเอียดในประเด็นวิกฤต เช่น การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และขั้นตอนด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
-
คนกลาง: บัดร์ อัล บูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน (ผู้เป็นตัวกลาง) ระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และจะพบกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้าที่กรุงเวียนนา เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิค
-
จุดยืนของทรัมป์: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เน้นย้ำว่าอิหร่านต้องการข้อตกลงมากกว่าสหรัฐฯ แต่ประเด็นสำคัญที่ยังติดขัดคือ อิหร่านยังไม่ให้คำมั่นว่าจะ “ไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”
ข้อเรียกร้องที่เข้มงวดจากฝั่งสหรัฐฯ:
มีรายงานว่าทีมเจรจาของสหรัฐฯ (นำโดย Steve Witkoff และ Jared Kushner) ยื่นข้อเสนอที่รุนแรงต่ออิหร่าน ได้แก่:
-
ทำลายสถานีหลัก: เรียกร้องให้อิหร่านทำลายที่ตั้งนิวเคลียร์หลัก 3 แห่ง (Fordow, Natanz และ Isfahan)
-
ส่งมอบยูเรเนียม: ให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดที่เหลืออยู่ให้แก่สหรัฐฯ
-
ไม่มีวันหมดอายุ: ข้อตกลงนิวเคลียร์ต้องคงอยู่ตลอดไป โดยไม่มีข้อกำหนด “Sunset Clauses” (วันสิ้นสุดข้อบังคับ) ซึ่งทางอิหร่านได้คัดค้านข้อเรียกร้องเหล่านี้
ความเสี่ยงและผลกระทบต่อตลาด:
-
ความเสี่ยงทางการทหาร: นักวิเคราะห์เตือนว่าหากการทูตล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาค เนื่องจากสหรัฐฯ ได้สะสมกำลังพลจำนวนมากในตะวันออกกลางแล้ว
-
ราคาน้ำมัน: ตลาดน้ำมันกำลังเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีการโจมตีที่ยืดเยื้อหรือการตอบโต้ที่รุนแรง ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ณ วันศุกร์ ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนจากการประชุม OPEC+ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้





