ราคาเงิน (XAG/USD) ในวันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2026) ถือเป็นช่วงที่ร้อนแรงอย่างมากครับ โดยราคาพุ่งขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $90.00 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และปัจจัยพื้นฐานที่ตึงตัวครับ
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาเงิน (Silver) สู่ระดับ $90
-
ความไม่แน่นอนจากนโยบายของทรัมป์ (Policy Uncertainty): หลังจากการแถลง SOTU เมื่อวานนี้ ทรัมป์ยืนยันเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้า 15% ทั่วโลก แม้จะถูกศาลฎีกาสั่งระงับอำนาจบางส่วน ความสับสนทางกฎหมายและผลกระทบต่อการค้าโลกทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อแร่เงินในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven)
-
ปัญหาอุปทานขาดแคลน (Supply Deficit): ในปี 2026 นี้ ตลาดแร่เงินเผชิญกับภาวะขาดดุลการผลิตเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยคาดว่าจะขาดแคลนถึง 67 ล้านออนซ์ ขณะที่จีน (ผู้ส่งออกรายใหญ่) ยังคงจำกัดการส่งออกแร่เงินเพื่อเก็บไว้ใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของตนเอง
-
อุปสงค์จากอุตสาหกรรม AI และพลังงานสะอาด: แร่เงินเป็นส่วนประกอบสำคัญในแผงโซลาร์เซลล์และเซมิคอนดักเตอร์สำหรับระบบ AI การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มเทคโนโลยีในปีนี้เป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ราคาเงินพุ่งแรงกว่าทองคำในเชิงเปรียบเทียบ (High-beta rally)
-
การอ่อนค่าของดอลลาร์: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ที่ร่วงลงต่ำกว่า 98.00 หลังจบการแถลง SOTU เป็นปัจจัยหนุนโดยตรงที่ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์แพงขึ้น
วิเคราะห์ระดับราคา XAG/USD
| ระดับราคาสำคัญ | สถานะ | ความสำคัญทางเทคนิค |
| $100.00 | เป้าหมายถัดไป | ระดับจิตวิทยาสำคัญ หากผ่าน $92 ได้ มีโอกาสพุ่งหา $100 ในเร็วๆ นี้ |
| $89.00 – $90.00 | แนวต้านปัจจุบัน | โซน Supply ที่ราคากำลังทดสอบ หากยืนเหนือ $90 ได้อย่างมั่นคงจะเป็นสัญญาณ Bullish |
| $84.00 – $85.00 | แนวรับหลัก | จุดที่แนะนำให้สะสมหากมีการย่อตัว (Pullback) |
มุมมอง: ปัจจุบันค่าความสัมพันธ์ของทองคำต่อเงิน (Gold/Silver Ratio) กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าแร่เงินกำลังทำผลงานได้โดดเด่นกว่า (Outperform) ตลาดคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์สงครามการค้ายังตึงเครียด เราอาจเห็นแร่เงินกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้เหนือ $120 ได้ครับ





