สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่า $62.60 – $63.00 ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปทานล้นตลาด (Oversupply) และการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลกครับ
นี่คือสรุปข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจ:
1. การคาดการณ์ “ภาวะอุปทานล้นตลาดครั้งใหญ่”
-
IEA (International Energy Agency): ระบุว่าตลาดน้ำมันอาจเผชิญกับส่วนเกินอุปทาน (Surplus) สูงถึง 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2026 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
-
คลังสำรองน้ำมัน: รายงานชี้ว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกในปี 2025 ขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิดปี 2020 ทำให้เกิดความกังวลว่าปี 2026 จะเป็นปีที่น้ำมันล้นตลาดอย่างต่อเนื่อง
2. ปัจจัยที่ทำให้น้ำมันราคาตก
-
อุปสงค์อ่อนแอ: IEA ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเติบโตในอัตราที่ปานกลางและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
-
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง: ตลาดคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน หลังจากมีสัญญาณว่าสหรัฐฯ (ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์) อาจเลือกใช้วิธีทางการทูตในการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือน ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามในระยะสั้นลดลง
-
การผลิตเพิ่มขึ้น: สหรัฐฯ และกลุ่มนอก OPEC มีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น ขณะที่โควตาการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ เริ่มถูกมองว่าอาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการพยุงราคา
3. สรุปภาวะตลาด (ณ 13 กุมภาพันธ์ 2026)
| ตัวบ่งชี้ | ข้อมูลล่าสุด |
| ราคา WTI | เคลื่อนไหวในช่วง $62.45 – $62.85 |
| แนวโน้ม | Bearish (ขาลง) |
| ระดับแนวรับสำคัญ | $62.20 และ $60.00 |
| ระดับแนวต้านสำคัญ | $64.85 และ $66.30 |





