ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดฉากสัปดาห์นี้ (27 กุมภาพันธ์ 2026) ด้วยทิศทางที่ย่อตัวลง โดยเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ $65.50 – $65.65 ต่อบาร์เรล แม้จะมีแรงดีดกลับขึ้นมาบ้างในช่วงสั้นๆ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังคงติดลบ เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเรื่องอุปทานหยุดชะงักหลังการเจรจานิวเคลียร์มีทิศทางที่ดีขึ้นครับ
ปัจจัยกดดันราคา WTI ในสัปดาห์นี้
-
ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน:
-
ผลการเจรจารอบที่ 3 ที่กรุงเจนีวาจบลงด้วยคำว่า “ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” (Significant Progress) ตามการระบุของโอมาน แม้จะยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงทันที แต่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสานต่อการเจรจาระดับเทคนิคที่ กรุงเวียนนาในสัปดาห์หน้า
-
ข่าวนี้นำไปสู่การลดลงของ “ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” (Geopolitical Risk Premium) เพราะความกังวลเรื่องการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซเริ่มเบาบางลง
-
-
สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งสูงเกินคาด:
-
รายงานจาก EIA ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึง 15.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมาก ถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี สะท้อนถึงอุปสงค์ที่ชะลอตัวลง
-
-
การคาดการณ์การประชุม OPEC+:
-
ตลาดกำลังจับตามองการประชุม OPEC+ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม โดยมีกระแสข่าวว่ากลุ่มผู้ผลิตอาจพิจารณา เพิ่มกำลังการผลิต ประมาณ 137,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือนเมษายน เพื่อยุติการระงับผลิตชั่วคราวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
-
วิเคราะห์ทางเทคนิคและแนวโน้ม
| ระดับราคาสำคัญ | ความหมายทางเทคนิค |
| $67.20 | แนวต้านสัปดาห์: จุดสูงสุดที่ราคาไม่สามารถยืนระยะได้หลังจากข่าว EIA ออกมา |
| $65.65 | ราคาปัจจุบัน: พยายามสร้างฐานเพื่อรอดูผลการประชุม OPEC+ ในวันอาทิตย์ |
| $63.20 – $63.50 | แนวรับสำคัญ: เส้นค่าเฉลี่ย 55-day DMA หากหลุดระดับนี้อาจไหลลงไปหา $60.00 |
สรุป: สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งการ “ปรับฐาน” ของน้ำมันครับ ทิศทางในสัปดาห์หน้าจะถูกกำหนดโดย 2 ปัจจัยหลักคือ มติการผลิตของ OPEC+ และ ผลการเจรจาระดับเทคนิคที่เวียนนา หากมีความชัดเจนเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่านมากขึ้น เราอาจเห็นน้ำมัน WTI เผชิญกับแรงขายกดดันต่อไป



