ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $66.00 ต่อบาร์เรล ในวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2026) หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาคือรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงเกินคาดครับ
ประเด็นสำคัญที่ฉุดราคาน้ำมันวันนี้
-
สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งสูง (Stock Surge): รายงานจากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เมื่อคืนนี้ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นถึง 11.4 ล้านบาร์เรล ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 1.9 ล้านบาร์เรลอย่างมาก ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนถึงอุปทานที่ล้นตลาดชั่วคราวและอุปสงค์ที่อาจชะลอตัว
-
ความหวังในการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน: ราคาน้ำมันลดช่วงบวกหลังจากมีความคืบหน้าทางการทูต โดยตัวแทนจากทั้งสองประเทศเตรียมพบกันที่ กรุงเจนีวาในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) เพื่อเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ ท่าทีที่อ่อนลงจากฝั่งอิหร่านที่พร้อมจะ “ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุข้อตกลง” ช่วยลดความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซลงได้บ้าง
-
ผลกระทบจากนโยบายภาษี: ตลาดยังคงกังวลว่าการบังคับใช้ภาษีนำเข้า 15% ทั่วโลกของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีผลเมื่อวานนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและลดความต้องการใช้พลังงานในระยะยาว
การวิเคราะห์ทางเทคนิคและแนวโน้ม
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| $67.23 | แนวต้านเดิม: จุดสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่กลายเป็นเพดานสำคัญในตอนนี้ |
| $66.10 – $66.20 | ราคาปัจจุบัน: กำลังทรงตัวเพื่อรอดูรายงานอย่างเป็นทางการจาก EIA ในคืนนี้ |
| $65.00 | แนวรับจิตวิทยา: หากรายงาน EIA ยืนยันสต็อกน้ำมันที่พุ่งสูง ราคาอาจหลุดไปทดสอบโซนนี้ |
มุมมอง: ตลาดน้ำมันกำลังอยู่ในช่วง “ยื้อ” กันระหว่าง ข่าวร้ายจากสต็อกน้ำมัน และ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังไม่หมดไปครับ หากการเจรจาในวันพรุ่งนี้ล้มเหลว หรือมีท่าทีแข็งกร้าวจากประธานาธิบดีทรัมป์อีกครั้ง ราคาก็พร้อมจะดีดกลับไปเหนือ $67 ได้ทันที





