สถานการณ์ของราคาทองคำในวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2026) ยังคงมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเหล่านักลงทุนฝั่งขาขึ้น (Bulls) ยังไม่ยอมแพ้ แม้จะเผชิญกับความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่คอยพยุงราคาไว้ดังนี้ครับ:
1. การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed (Fed Rate Cut Bets)
-
ตลาดเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้งว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วกว่าที่คาด หลังจากตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2025 ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 1.4% (จากเดิมคาด 2.8%)
-
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (Non-yielding asset)
2. ความวุ่นวายด้านสงครามการค้า (Trade Jitters)
-
หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับภาษีนำเข้าบางส่วนของทรัมป์ ทำให้เกิด “สุญญากาศทางนโยบาย” และความไม่แน่นอนอย่างมาก
-
แม้จะมีการประกาศ ภาษี 15% ทั่วโลกใหม่ ในวันนี้ แต่ความไม่แน่นอนในทางปฏิบัติและการตอบโต้จาก EU (ที่สั่งระงับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ) ได้ส่งผลให้นักลงทุนหันไปหาทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge)
3. สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
-
วิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยบวกหลักที่หนุนราคาทองคำ โดยเฉพาะการที่สหรัฐฯ ส่งกำลังทหารเข้าใกล้ภูมิภาคนี้มากขึ้นก่อนการเจรจานิวเคลียร์ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.)
-
สงครามรัสเซีย-ยูเครน: ความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ Safe-haven demand ไม่หายไปจากตลาด
วิเคราะห์ระดับราคาทางเทคนิค (XAU/USD)
ปัจจุบันทองคำเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ $5,100 และพยายามทดสอบไฮเดิมในช่วงปลายมกราคม
| ระดับราคา | สถานะ | ความหมาย |
| $5,200 – $5,230 | แนวต้านสำคัญ | หากปิดเหนือระดับนี้ได้สองวันติด เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ $5,450 |
| $5,172 | ราคาปัจจุบัน | ย่อตัวเล็กน้อยจากการขายทำกำไร (Profit-taking) หลังขึ้นมาต่อเนื่อง 4 วัน |
| $5,100 / $5,000 | แนวรับหลัก | ตราบใดที่ไม่หลุด $5,000 ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง |
สรุป: แม้ดอลลาร์จะเริ่มฟื้นตัวและมีการขายทำกำไรทองคำออกมาบ้างในวันนี้ แต่ปัจจัยพื้นฐานทั้งเรื่อง “ดอกเบี้ย-ภาษี-สงคราม” ยังคงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ทองคำยังเป็นขาขึ้นในระยะกลางครับ



