ราคาทองคำพุ่งรับความหวัง “สันติภาพ” และดอลลาร์อ่อนค่า หลังอิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่
วันที่ 27 เมษายน 2026
ราคาทองคำ (XAU/USD) พลิกกลับมามีแรงบวกอย่างแข็งแกร่งในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยดีดตัวขึ้นกว่า $50 จากจุดต่ำสุดของเซสชั่นเอเชียที่บริเวณ $4,672 ขึ้นมาทดสอบระดับเหนือ $4,700 อีกครั้ง ปัจจัยหลักมาจากการที่ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) อ่อนค่าลงหลังมีรายงานข่าวเรื่องความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ข้อมูลเชิงลึกจากตลาด (Market Insights)
-
ข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: มีรายงานว่าอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่สหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม โดยขอให้แยกประเด็นการเจรจานิวเคลียร์ออกไปในระยะถัดไป ข่าวนี้ช่วยลดความต้องการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และส่งผลบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ราคาเคลื่อนไหวผกผันกับดอลลาร์
-
แรงกดดันเงินเฟ้อผ่อนคลาย: การคาดการณ์เรื่องสันติภาพส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลง ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ (Inflation Fears) และทำให้นักลงทุนเริ่มมองถึงความเป็นไปได้ที่เฟด (Fed) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 1 ครั้ง (25 bps) ภายในปี 2026 นี้
-
อุปสงค์ทางกายภาพ (Physical Demand) ที่แข็งแกร่ง: * อินเดีย: ค่าพรีเมียมทองคำในอินเดียพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนครึ่ง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนอุปทานจากการชะงักงันของการนำเข้าก่อนหน้านี้
-
จีน: ในตลาดเซี่ยงไฮ้ ค่าพรีเมียมขยับขึ้นมาอยู่ที่ $9 – $12 ต่อออนซ์ (จากเดิม $3 – $6) สะท้อนถึงแรงซื้อคืนที่หนาแน่นเมื่อราคาลงมาแตะแนวรับสำคัญ
-
-
ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงอยู่: แม้จะมีความหวังเรื่องการเจรจา แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่รุนแรงขึ้น และการที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ยังคงเป็นปัจจัยที่จำกัดช่วงขาลงของทองคำ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
แนวรับสำคัญ: พื้นที่ $4,650 – $4,645 ยังคงเป็นปราการด่านสุดท้ายของเดือนนี้ หากหลุดระดับนี้อาจเห็นการไหลลงรุนแรง
-
แนวต้านสำคัญ: เป้าหมายแรกของฝั่งขาขึ้น (Bulls) อยู่ที่ $4,750 และหากผ่านไปได้จะมีแนวต้านใหญ่ที่ $4,800 ถึง $4,865 ซึ่งเป็นกรอบบนของเดือน หากทะลุผ่านจุดนี้ไปได้ เป้าหมายถัดไปคือระดับจิตวิทยาที่ $5,000
-
ตัวชี้วัด: RSI อยู่ที่ระดับ 47 (เป็นกลาง) และ MACD แสดงสัญญาณบวกเล็กน้อย บ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ในช่วงสะสมพลัง (Consolidation) เพื่อเลือกทิศทางที่ชัดเจนหลังผลประชุม FOMC





