“ทองคำพุ่งขานรับความคืบหน้าการหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่แรงหนุนคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเริ่มแผ่วลง”
-
ประเด็นเสริม: ความหวังข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านกดดันราคาน้ำมัน ช่วยลดความเสี่ยงเงินเฟ้อโลก ดัชนี Chicago PMI พุ่งสะท้อนภาคการผลิตสหรัฐฯ ฟื้นตัว ส่วนตัวเลข Core PCE ยังคงทรงตัวในระดับสูง
💡 ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
จากการติดตามสถานการณ์ภาพรวมตลาดการเงินและนโยบายการเงินในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อวิเคราะห์ทิศทางของราคาทองคำ (XAU/USD) และราคาน้ำมัน (WTI) ดังนี้:
1. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และการคลายล็อกอุปทานพลังงาน
-
ข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน: ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี 2026 หากมีการลงนามอย่างเป็นทางการ จะนำไปสู่การเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ
-
ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน: ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงทันทีมากกว่า 1.50% เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบสำรองจำนวนมากในแถบอ่าวเปอร์เซียจะสามารถระบายสู่อุปทานโลกได้ ซึ่งช่วยบรรเทาภาวะ Energy Shock และลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ (Inflationary Pressures) ทั่วโลก
2. ความขัดแย้งของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (Economic Data Divergence)
-
ฝั่งชะลอตัว: ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2026 ของสหรัฐฯ ถูกปรับลดประมาณการลงมาอยู่ที่ 1.6% (จากเดิม 2.0%) สะท้อนว่าเศรษฐกิจเริ่มสูญเสียโมเมนตัม
-
ฝั่งแข็งแกร่ง: ดัชนีฝ่ายจัดซื้อ Chicago PMI เดือนพฤษภาคม พุ่งขึ้นแตะระดับ 62.7 (คาดการณ์ 50.5) พลิกกลับมาขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง บ่งชี้ว่าภาคการผลิตในแถบมิดเวสต์ยังคงมีแรงขับเคลื่อนสูง
-
ฝั่งเงินเฟ้อ: ดัชนี Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อโปรดของเฟดขยับขึ้นมาที่ 3.3% YoY ในเดือนเมษายน แสดงถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงมีความหนืด (Sticky Inflation)
3. มุมมองที่แตกแยกของกรรมการเฟด (Fed Split Officials)
สัญญาณจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มมีความเห็นเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้นักลงทุนในตลาดเงิน (Money Markets) ปรับลดโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยลงเหลือประมาณ 42% (ให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น):
-
สายพิราบ/สายสมดุล (Dove/Centrist): Mary Daly (ซานฟรานซิสโก) และ Anna Paulson (ฟิลาเดลเฟีย) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพราคา โดยต้องไม่ทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ
-
สายเหยี่ยว (Hawk): Michelle Bowman และ Jeffrey Schmid ยังคงกังวลกับเงินเฟ้อที่ลดลงช้า และเตือนว่าไม่ควรประเมินช็อกด้านราคาน้ำมันเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นหากเงินเฟ้อยังลากยาว
📊 บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM: การดีดตัวของราคาทองคำ (XAU/USD) มากกว่า 1.50% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา จนสามารถกลับมายืนเหนือระดับ $4,500 ได้สำเร็จ ได้รับแรงหนุนหลักจากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Fed rate hike bets fade) ประกอบกับแรงซื้อคืน (Short Covering) หลังจากราคาทรุดตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดของวันที่ $4,489 แม้ว่าข่าวการเจรจาหยุดยิงจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ แต่ความไม่แน่นอนในท่าทีของเฟดและการรออัปเดตตัวเลขสำคัญในสัปดาห์หน้า ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในระยะสั้น
แนวโน้มทางเทคนิค (Technical Outlook)
-
สัญญาณกลับตัว: ราคาสามารถเบรกทะลุเส้นแนวต้านขาลง (Downward Resistance Trendline) และดึงกลับมายืนเหนือ $4,500 ได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนี RSI เริ่มม้วนตัวกลับขึ้นแม้จะยังอยู่ในโซน Bearish สะท้อนถึงโมเมนตัมฝั่งซื้อที่เริ่มฟื้นตัว
-
แนวต้านสำคัญ:
-
$4,588: เส้นค่าเฉลี่ย 20-day SMA (ด่านแรกที่ต้องทดสอบ)
-
$4,600: แนวต้านจิตวิทยา
-
$4,630: เส้นค่าเฉลี่ย 50-day SMA หากผ่านไปได้จะเปลี่ยนโครงสร้างเป็นขาขึ้นระยะกลาง
-
-
แนวรับสำคัญ:
-
$4,500: แนวรับหลักในปัจจุบัน (ห้ามหลุดเพื่อรักษาโมเมนตัมขาขึ้น)
-
$4,450: แนวรับถัดไป
-
$4,399: เส้นค่าเฉลี่ย 200-day SMA ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญของเทรนด์ระยะยาว
-




